ล้างตลาดละเมิดลิขสิทธิ์ รัฐบาลโชว์ 6 เดือน ยึด 1.3 ล้านชิ้น เสียหายทะลุ 2.3 พันล้าน
รัฐบาลโชว์ผลงานปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 6 เดือนแรกปีงบประมาณ 2569 กวาดจับ 332 คดี ยึดของกลางกว่า 1.3 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 2,300 ล้านบาท เร่งบูรณาการฝ่ายเศรษฐกิจ ความมั่นคง และกระบวนการยุติธรรม ลุยตลาดย่านการค้า โกดังเก็บสินค้า ด่านศุลกากร และช่องทางออนไลน์ หวังยกระดับความเชื่อมั่นการค้าและการลงทุนของไทยในเวทีโลก
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นประธานแถลงผลการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รอบ 6 เดือนแรก ระหว่างเดือนตุลาคม 2568-มีนาคม 2569 ประจำปีงบประมาณ 2569 ว่า

รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบ โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้าและการลงทุนของประเทศภายใต้ข้อสั่งการดังกล่าว กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้บูรณาการการทำงานปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในตลาดย่านการค้าและช่องทางออนไลน์
สำหรับผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 รอบ 6 เดือนแรก ระหว่างเดือนตุลาคม 2568-มีนาคม 2569 พบว่ามีการจับกุมดำเนินคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งสิ้น 332 คดี ยึดของกลางกว่า 1.3 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 2,300 ล้านบาท
นายเอกนิติกล่าวว่า รัฐบาลพุ่งเป้าการจับกุมไปที่ย่านการค้า โกดังเก็บสินค้า และด่านศุลกากรข้ามแดน ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการจับกุมใน 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 เพิ่มขึ้นถึง 78% เมื่อเทียบกับมูลค่าความเสียหายของทั้งปีงบประมาณ 2568 ซึ่งอยู่ที่ 1,300 ล้านบาท
“ความเสียหายจากสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้กระทบเพียงเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้น แต่ยังทำลายความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ด้านการค้าการลงทุนของประเทศในระยะยาว” นายเอกนิติกล่าว
พาณิชย์ชี้กระทบความมั่นคงเศรษฐกิจ
ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ หรือ คทป. กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ในฐานะหน่วยงานกลางด้านการประสานบูรณาการการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ได้ร่วมกับหน่วยงานภายใต้ คทป. ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินงานเชิงรุกอย่างเข้มข้น เพื่อปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาทั้งของคนไทยและของต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในไทย
ทรัพย์สินทางปัญญาถือเป็นเครื่องมือสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ ขณะที่การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นภัยคุกคามความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการค้าและการลงทุนภายในประเทศอย่างมาก
นอกจากนี้ สินค้าปลอมและสินค้าละเมิดยังส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตและผู้บริโภคในวงกว้าง ทั้งความเสี่ยงต่อชีวิตและสุขภาพจากการใช้สินค้าปลอม รวมถึงผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจโดยสุจริต ซึ่งไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับสินค้าละเมิดได้
นางศุภจีกล่าวว่า การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจึงเป็นการทำลายความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศ และเป็นโจทย์ที่รัฐบาลต้องยกระดับการปราบปรามอย่างจริงจัง
ตัดวงจร-ปิดช่องโหว่-ขยายผลถึงต้นตอ
นางศุภจีกล่าวว่า การบูรณาการปราบปรามครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของทุกหน่วยงานในการแก้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบ สอดรับกับนโยบาย Trade Plus ของรัฐบาล ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการค้า พัฒนาระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มแข็ง และสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใสและเป็นธรรม
ทั้งนี้ รัฐบาลต้องการแสดงให้นักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคเห็นว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ และเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน รวมทั้งคุ้มครองผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต
รัฐบาลได้ยกระดับการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยบูรณาการการทำงานเชิงรุกทั้งฝ่ายเศรษฐกิจ ความมั่นคง และกระบวนการยุติธรรม เพื่อตัดวงจร ปิดช่องโหว่ และขยายผลถึงต้นตอของปัญหา ซึ่งทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศได้รับความเสียหายอย่างมาก
นอกจากนี้ ทุกหน่วยงานจะเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้การบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ ในการปราบปรามการละเมิดอย่างต่อเนื่องและจริงจัง
ลุยตลาดออนไลน์-จับมือแพลตฟอร์ม
นอกจากการปราบปรามแล้ว รัฐบาลจะเดินหน้าป้องกันเชิงรุก โดยสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนและผู้บริโภค พัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ และปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับบริบทการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์จะทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อระงับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในตลาดออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางที่สินค้าละเมิดเข้าถึงผู้บริโภคได้รวดเร็วและกว้างขึ้น
เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นประเทศที่มีระบบคุ้มครองและปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเข้มแข็งเทียบเท่ามาตรฐานสากล ส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรมที่เอื้อต่อผู้สร้างสรรค์ทั้งคนไทยและต่างชาติ และทำให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายการค้าและการลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์ ทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม เทคโนโลยี และกติกาการค้าที่เป็นธรรม
นางศุภจีกล่าวว่า นอกเหนือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเจ้าของสิทธิแล้ว ประชาชนถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยขอความร่วมมือ “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา”
หากพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 0-2547-4702 หรือสายด่วน 1368




