ประชุม IMF-World Bank 2026 ตำนานบทใหม่ของไทยในเวทีการเงินโลก

ประชุม IMF-World Bank 2026 ตำนานบทใหม่ของไทยในเวทีการเงินโลก
ภาพประกอบข่าว
คอลัมน์ : แบงก์ชาติ ชวนคุย
ผู้เขียน : ชญาวดี ชัยอนันต์ / โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย

สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน อีกไม่กี่เดือนต่อจากนี้ประเทศไทยจะเปิดประตูต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง และผู้เชี่ยวชาญในวงการเศรษฐกิจการเงินจากทั่วโลก ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) การกลับมาเยือนกรุงเทพมหานครในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองทางเศรษฐกิจการเงินระดับโลก แต่ยังเป็นโอกาสที่จะแสดงให้นานาประเทศเห็นพัฒนาการ ความท้าทาย และการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทย ณ พื้นที่ในความทรงจำแห่งเดิมที่เคยใช้จัดงานเดียวกันนี้เมื่อ 35 ปีก่อน

ในฐานะหนึ่งในทีมผู้จัดงานรู้สึกว่าการประชุมครั้งนี้ไม่ควรอยู่แค่ในแวดวงของนักการเงินหรือผู้ทำนโยบาย เพราะผลลัพธ์ของการประชุมและสิ่งที่จะถูกพูดถึงในห้องประชุมนั้น เกี่ยวข้องกับชีวิตของพวกเราทุกคนโดยตรง

รู้จักการประชุม Annual Meetings

IMF-World Bank Group Annual Meetings เป็นเวทีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง นักเศรษฐศาสตร์ และภาคประชาสังคมจากกว่า 190 ประเทศมาพบปะพูดคุยกันปีละครั้ง เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจโลก หารือนโยบายด้านการเงินระหว่างประเทศ เพื่อตกลงแนวทางรับมือกับความท้าทายร่วมกัน ซึ่งผลการประชุมจะมีผลต่ออัตราดอกเบี้ย ทิศทางการลงทุน และโอกาสทางเศรษฐกิจของประชาชน ไม่เว้นแม้แต่คนที่ไม่เคยได้ยินชื่อการประชุมนี้มาก่อน

ที่น่าภูมิใจคือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไทยได้รับเกียรติให้เป็นผู้จัดงาน ปกติการประชุมนี้จะออกมาจัดนอกกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทุก 3 ปี จึงมีเพียงไม่กี่ประเทศที่เคยได้รับเลือก

ย้อนกลับไปในปี 2534 กรุงเทพฯ เคยเป็นเจ้าภาพการประชุมนี้มาแล้ว โดยขณะนั้นประเทศไทยมีคุณอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี โดยได้สวมบทบาทผู้นำประเทศเจ้าภาพควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั่วโลก

ในช่วงนั้นโลกกำลังพูดถึงการเปิดเสรีทางการเงิน ประเทศไทยได้นำเอาประเด็นการพัฒนาเพื่อเปิดเสรีทางการค้าและทางการเงินเข้าไปนำเสนอต่อที่ประชุม สะท้อนให้เห็นว่า ในปี 2534 ไทยไม่ได้เป็นเพียงเจ้าภาพที่จัดงานต้อนรับได้อย่างน่าประทับใจ แต่ยังมีบทบาทกำหนดวาระการสนทนาและสร้างความน่าเชื่อถือบนเวทีโลกด้วย

ผ่านมากว่า 3 ทศวรรษ บทสนทนาของโลกเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ครั้งนี้ไทยกลับมาพร้อมมุมมองและประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวมานาน กลั่นกรองออกมาเป็นประเด็นการพูดคุยที่เข้มข้นในบริบทโลกใหม่

จากประสบการณ์ไทยสู่วงสนทนาในเวทีโลก

การเป็นเจ้าภาพการประชุมปี 2569 นี้ ไทยนำเสนอธีม “Thailand’s New Horizons : Empowering People, Building Resilience” คำที่ใช้อาจจะดูเป็นทางการ แต่ถ้าถอดรหัสมาเล่าก็น่าจะคุ้นกับสิ่งที่เราต้องเผชิญอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นแนวคิดการพัฒนาที่มี “ประชาชน” เป็นศูนย์กลาง พร้อมเสริมสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ให้ระบบเศรษฐกิจและการเงินรับมือความเสี่ยงในอนาคตได้ดี โดยมุ่งต่อยอดจุดแข็งของไทย ทั้งด้านความก้าวหน้าและประสบการณ์การใช้เทคโนโลยีทางการเงิน การท่องเที่ยว คุณภาพชีวิต การพัฒนาคนเพื่อโอกาสทางเศรษฐกิจและรายได้ของประชาชนที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะผู้ร่วมจัดการประชุมได้เตรียมเสนอประเด็นสนทนาที่ต่างจากเมื่อ 35 ปีที่แล้วอย่างชัดเจน สะท้อนพัฒนาการของโลกการเงินที่เกิดขึ้นเร็วจนหลายคนตามแทบไม่ทัน ทำให้เราต้องเร่งคุยกันเรื่อง Safe and Inclusive Digital Finance หรือ “การเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและครอบคลุมประชาชนอย่างทั่วถึง”

สองคำนี้ฟังดูเรียบง่าย แต่กลับมีความหมายมาก เพราะคำว่า “ปลอดภัย” ในที่นี้ไม่ใช่แค่ระบบธนาคารที่มั่นคง แต่รวมถึงการคุ้มครองให้ผู้ใช้บริการไม่ถูกกระทบจากระบบดิจิทัลที่ไม่ปลอดภัย หรือธุรกรรมที่ซับซ้อน ตลอดจนตกเป็นเหยื่อภัยการเงินดิจิทัล ส่วนคำว่า “ครอบคลุม” คือการที่ต้องแน่ใจว่าคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองใหญ่หรือชนบท มีรายได้มากน้อยแค่ไหน ล้วนเข้าถึงบริการทางการเงินพื้นฐานได้อย่างเท่าเทียม

ประเด็นนี้จะเป็นการย้ำจุดยืนของ ธปท.ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินในยุคดิจิทัล ที่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความมั่นคง ปลอดภัย และให้บริการกับประชาชนทุกกลุ่มไปพร้อมกัน

เกาะติดการประชุมจากแบงก์ชาติชวนคุย

นอกจากประเด็นที่ ธปท.จะนำเสนอแล้ว ยังมีประเด็นสำคัญอื่น ๆ ที่คาดว่าทาง IMF-World Bank Group และผู้แทนประเทศต่าง ๆ จะหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง

ประเด็นแรกคงหนี้ไม่พ้นปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งในหลายจุดทั่วโลก ที่ส่งผลต่อราคาพลังงาน อาหาร และปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต อีกเรื่องที่น่าจะถูกหยิบยกคือ เรื่องเสถียรภาพทางการเงินของหลายประเทศที่แบกภาระหนี้หนักขึ้นเรื่อย ๆ หลังช่วงโควิด โดยเฉพาะหนี้ภาครัฐ และทางออกร่วมกันที่เหมาะกับทุกฝ่าย

อีกประเด็นคือ การเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ต้องปรับตัวอย่างไร หรือหาแหล่งเงินทุนแบบไหนได้บ้าง เพื่อให้ประเทศที่เปราะบางรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ และประเด็นสุดท้ายที่ท้าทายไม่แพ้กัน คือเทคโนโลยีและการเงินดิจิทัล ตั้งแต่นวัตกรรมที่ทันสมัยที่สุด ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีทางการเงินเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มการเข้าถึงและโอกาส ซึ่งจะเชื่อมโยงกับประเด็น Safe and Inclusive Finance ที่ ธปท.ผลักดัน

ดิฉันจะนำความเคลื่อนไหวของการประชุมครั้งนี้มาชวนผู้อ่านคุยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติความพร้อมของไทยในฐานะเจ้าภาพ และเรื่องราวที่สนทนากันในห้องประชุม เพราะเชื่อว่านั่นเป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนควรได้ร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมพัฒนา และอาจต้องร่วมแก้ปัญหาไปด้วยกัน

แล้วพบกันนะคะ

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚