วิจัยกรุงศรี คาดดอกเบี้ยโลก ปรับขึ้นช่วง ธ.ค.-จับตาไทย อาจขึ้นระยะกลาง
วิจัยกรุงศรี ประเมินอัตราดอกเบี้ยในตลาดหลักต่างประเทศ ทั้งธนาคารกลางสหรัฐ ธนาคารกลางยุโรป ธนาคารกลางญี่ปุ่น จ่อปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมช่วง ธ.ค. 2569 นี้ ส่วน กนง. ใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย จับตาดอกเบี้ยอาจปรับขึ้นในระยะกลาง
รายงานข่าวจาก วิจัยกรุงศรี (Krungsri Research) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประเมิน ภาวะเศรษฐกิจและการเงินประจำสัปดาห์นี้ โดยภาพรวมต่างประเทศ ทั้งสหรัฐ ยูโรโซน และญี่ปุ่น มีการคงดอกเบี้ยในเดือนต.ค. นี้และมีแนวโน้มปรับขึ้นช่วงปลายปีจากความเสี่ยงเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทั้งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.75-4.00% เพื่อประเมินข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติม แต่ในภาพรวมยังเติบโตต่อเนื่องและเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมาย ซึ่งคาดว่าจะเปิดทางสู่การปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือน ธ.ค.นี้
ส่วนธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี (ECB) มีการคงอัตราดอกเบี้ยที่ 2.50% จากภาวะการเงินที่ตึงตัว แต่จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการใช้พลังงานที่มากขึ้นในช่วงฤดูหนาว อาจเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อและทำให้ ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ที่จะถึงนี้
ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ บีโอเจ (BOJ) มีมติคงดอกเบี้ยที่ 1.25% และมีโอกาสปรับขึ้นในเดือน ธ.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งภาพรวมอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นอยู่ในเป้าหมาย 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี รวมถึงการเร่งขายกองทุน ETF จาก 3.3 แสนล้านเยนต่อปีเป็น 8.6 แสนล้านเยนต่อปี ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2570 จะช่วยเร่งการถอนมาตรการผ่อนคลายทางการเงินแบบพิเศษ และการเพิ่มแหล่งเงินทุนสำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
ส่วนประเทศจีนอาจเร่งส่งออกสินค้าสู่ตลาดโลกรอบใหม่หลังความตึงเครียดทางการค้ากับยุโรปมีแนวโน้มกลับมาเพิ่มขึ้น ซึ่งทางสหภาพยุโรป (EU) เตรียมขยายมาตรการจำกัดการนำเข้าให้ครอบคลุมเคมีภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องจักร หลังบรรลุข้อตกลงในการจำกัดการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดจากจีน รวมถึงเตรียมออกมาตรการกระจายแหล่งนำเข้า และจำกัดการเข้าถึงตลาด อาจทำให้ผู้ผลิตจีนต้องกระจายสินค้าส่งออกไปยังคู่ค้าอื่น ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมการไหลทะลักสินค้าของจีนในประเทศคู่ค้านั้น
สำหรับการประเมินประเทศไทย โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ต่อปี ในการประชุมครั้งล่าสุดวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2569 เป็น 2.4% และในปี 2570 เป็น 2.1% ซึ่ง กนง.ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวอยู่ในระดับที่ผ่อนคลาย ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
โดย วิจัยกรุงศรีคาดว่า กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยต่อเนื่องอีกระยะ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ และการเติบโตยังไม่กระจายไปยังภาคส่วนอื่นๆ ส่วนการบริโภคได้รับแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่สูงและตลาดแรงงานที่อ่อนแอ รวมถึงแรงกดดันเงินเฟ้อจากปัจจัยด้านอุปทานและมีลักษณะชั่วคราว
ส่วนค่าเงินบาทอ่อนค่าและดอกเบี้ยโลกปรับสูงขึ้น แต่เสถียรภาพด้านต่างประเทศ (External Stability) ของไทยช่วยบรรเทาความผันผวนต่อตลาดการเงิน ทำให้การดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายจึงยังมีความจำเป็นท่ามกลางความเปราะบางของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม กนง. อาจเปิดทางให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะปานกลาง เนื่องจากมีการระบุเพิ่มเติมว่า แรงส่งการเติบโตดีกว่าคาด และการปรับปรุงข้อมูลดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม หรือ MPI ที่เพิ่มขึ้นจะมีผลต่อตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือจีดีพี ต่อมาเงินเฟ้อมีความเสี่ยงที่จะสูงกว่าคาด อีกทั้งเป็นครั้งแรกที่ กนง. ระบุว่า ต้องติดตามผลของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำต่อเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว ซึ่งให้ความสำคัญมากขึ้นกับความเสี่ยงจากการคงดอกเบี้ยในระดับต่ำเป็นเวลานาน

