UNIX เตรียมขาย IPO 180 ล้านหุ้น จ่อเข้า SET ภายในไตรมาส 2/69

บมจ.ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX) เดินหน้าระดมทุนขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 180 ล้านหุ้น คิดเป็น 27.27% เตรียมเข้าเทรดใน SET ภายในไตรมาส 2 ปี 2569 เพื่อใช้รองรับการขยายธุรกิจ ลงทุนเครื่องจักร เครื่องมือและอุปกรณ์ รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

นายโสฬส ยอดมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) (UNIX) ผู้ผลิตและจำหน่ายฟิล์ม และบรรจุภัณฑ์พลาสติกครบวงจรของไทย เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 180 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็น 27.27% ของจำนวนหุ้นภายหลัง IPO และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในไตรมาส 2 ของปี 2569

โสฬส ยอดมงคล
โสฬส ยอดมงคล

โดยบริษัทและบริษัทย่อยดำเนินธุรกิจครบวงจรทั้งภาคผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าหลักแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติก สามารถแยกออกเป็น 3 กลุ่มสินค้า ประกอบด้วย ฟิล์มสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุของหนัก รวมทั้งฟิล์มและบรรจุภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมทั่วไป และบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค

“สำหรับวัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทจะนำไปใช้เป็นเงินลงทุนในเครื่องจักร เครื่องมือและอุปกรณ์ รวมถึงธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่มีศักยภาพ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน และชำระคืนเงินกู้ยืมของบริษัทและบริษัทย่อย” นายโสฬสกล่าว

นางสาวออมสิน ศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จํากัด (มหาชน) (BYD) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) (UNIX) กล่าวว่า UNIX เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการผลิตฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกมากกว่า 30 ปี และเป็นผู้ผลิตที่มีเทคโนโลยีระดับสูง

ออมสิน ศิริ
ออมสิน ศิริ

อีกทั้งด้วยโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่งและภายใต้ทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์มายาวนาน รวมไปถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการระดมทุนในครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนให้มีศักยภาพในการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อผลักดันการเติบโต และสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้นในอนาคต

สำหรับผลการดำเนินงานย้อนหลัง บริษัทมีรายได้รวมในปี 2566 เท่ากับ 3,034.36 ล้านบาท และปี 2567 เท่ากับ 3,166.10 ล้านบาท ขณะที่งวด 9 เดือนแรกของปี 2568 มีรายได้รวม 2,339.22 ล้านบาท

ด้านกำไรสุทธิ บริษัทมีกำไรสุทธิในปี 2566 จำนวน 153.94 ล้านบาท ปี 2567 จำนวน 119.51 ล้านบาท และงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 จำนวน 120.79 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทมีความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเสริมกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และนำเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมาใช้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและความแข็งแกร่งในการผลิตในระยะยาว

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚