เศรษฐกิจเจอแรงกดดัน 3 ประสาน
บทบรรณาธิการ
เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความท้าทายที่ซับซ้อนขึ้น เมื่อเจอแรงกดดัน 3 ประสาน จากวิกฤตราคาพลังงานยืดเยื้อ หนี้สาธารณะของหลายประเทศที่พุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังบีบให้รัฐบาลทั่วโลกต้องทบทวนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจครั้งใหญ่ นี่คือคำเตือนจาก “คริสตาลินา จอร์จีวา” กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวปาฐกถาที่ประเทศสิงคโปร์ ที่เป็นเวทีอุ่นเครื่องก่อนการประชุม IMF-Worldbank 2026 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
ไม่ใช่สัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงเฉพาะหน้า แต่คือโจทย์เชิงโครงสร้างที่เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญพร้อมกัน แรงกดดันทั้งสามด้านยังเชื่อมโยงและซ้ำเติมกันเป็นทอด ๆ ราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจเร่งเงินเฟ้อและเพิ่มภาระงบประมาณ ขณะที่พื้นที่ทางการคลังก็มีจำกัดจากภาระหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และการเปลี่ยนผ่านจาก AI ที่อาจพลิกโฉมตลาดแรงงาน รูปแบบธุรกิจ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่าง ๆ
ตัวเลขหนี้สาธารณะทั่วโลกกำลังเข้าใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และใกล้ทะลุ 100% ของจีดีพี อีกทั้งปัจจุบันส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย และอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่เกื้อหนุนกันเหมือน 17 ปีที่ผ่านมา ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ปัจจุบันแนวโน้มดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ท่ามกลางการเติบโตเศรษฐกิจชะลอตัว
โจทย์ท้าทายเรื่อง AI แม้จะเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มศักยภาพและสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ การลงทุนใน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ผลกระทบที่มีต่อโลกก็ไม่เท่ากัน ไม่ทั่วถึง และผลประโยชน์จาก AI จะกระจุกตัวสูง โดยประเทศเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน AI โลกน้อยก็จะไม่ได้รับประโยชน์ และจะยิ่งเพิ่มความเหลื่อมล้ำในเศรษฐกิจโลกมากขึ้น
สำหรับประเทศไทย คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงจะรับมือกับแรงกระแทกจากภายนอกอย่างไร แต่คือจะเปลี่ยนวิกฤตซ้อนวิกฤต ให้เป็นแรงผลักดันในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจได้อย่างไร ในวันที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญปัญหาการเติบโตต่ำ หนี้ครัวเรือนสูง และความสามารถในการแข่งขันที่ถูกท้าทายจากประเทศคู่แข่ง
แรงกดดัน 3 ประสานจากเศรษฐกิจโลกกำลังทดสอบความสามารถในการบริหารประเทศของรัฐบาล และบังคับให้ทุกภาคส่วนต้องมองไกลกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า นี่คืออีกสัญญาณเตือนว่า เวลาของการปรับตัวกำลังเหลือน้อยลงทุกที สิ่งที่จำเป็นไม่ใช่เพียงนโยบายรับมือแรงกดดันทั้งสามด้านแยกจากกัน แต่คือยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่เชื่อมโยงพลังงาน การคลัง และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพ ลดความเปราะบาง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

