กสิกรไทย เร่งใช้ดาต้า-ฟินเทค ต่อยอดปล่อยสินค้ารายย่อย

กสิกรไทย เร่งใช้ดาต้า-ฟินเทค ต่อยอดปล่อยสินค้ารายย่อย
ภาพประกอบข่าว

กสิกรไทย ชี้โจทย์ปล่อยกู้ MSME ไม่ใช่แค่อนุมัติสินเชื่อ แต่ต้องติดตามการใช้เงิน เร่งร่วมมือฟินเทคให้สินเชื่อรายย่อย พร้อมวางงบ 10% ของกำไรสุทธิ ลงทุนด้านเทคโนโลยี เพื่อให้ถึงรายย่อยมากที่สุด

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในเวทีเสวนา “WBG Flagship: MSME Finance: Leveraging Data for Jobs” ว่า บนเวทีได้พูดคุยถึงการนำข้อมูลดิจิทัลและเทคโนโลยีมาใช้ในการอนุมัติเครดิตให้แก่ MSME ที่จะช่วยกลุ่มลูกค้านี้อย่างมาก แต่สิ่งสำคัญสุดคือการติดตามผล (Credit Monitoring) เนื่องจากขั้นตอนการอนุมัติเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่มีความท้าทายคือ จะดูว่าลูกค้าทั้งเอสเอ็มอีและ MSME นำเงินไปทำอะไร และสร้างผลตอบแทนได้จริงหรือไม่ ซึ่งกลุ่มนี้ประมาณ 50% ใช้เงินสด อีกทั้งบางส่วนใช้ธุรกรรมส่วนตัวและธุรกิจมาร่วมกัน ซึ่งในภาพรวมภาคการเงินต้องการดาต้ามากขึ้น

ทั้งนี้ธนาคารได้สนับสนุนการจัดทำดาต้า บูโร (Data Bureau) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะเห็นผลในปี 2570 ที่จะเข้ามาเสริมข้อมูลของลูกค้าให้เห็นภาพทั้งหมด อีกทั้งธนาคารได้มีการทำพาร์ทเนอร์กับฟินเทค โดยได้ร่วมมือกับเคไลน์ และธุรกิจได้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตโควิด-19 มาได้แล้ว ซึ่งทำให้เห็นความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจสินเชื่อ ซึ่งเคไลน์มีข้อมูลเชิงพฤติกรรมบนแพลตฟอร์มที่ธนาคารไม่มี เช่น ความเร็วในการตอบแชต และแพตเทิร์นการเปิดใช้งานต่างๆ

นอกจากนี้ในเวทียังถกถึงการเข้ามาของฟินเทค โดยธนาคารไม่ได้กังวลต่อการเข้ามาของผู้เล่นใหม่ เนื่องจากกลุ่ม ไมโครเอสเอ็มอี และกลุ่ม Underbanked ยังเป็นกลุ่มที่ธนาคารยังมีข้อมูลไม่มากพอ ดังนั้นการมีผู้เล่นใหม่เข้ามาเพิ่มข้อมูลและช่วยปล่อยสินเชื่อ จะช่วยเติมเต็มระบบนิเวศและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในภาพรวม รวมถึงการช่วยในเรื่องการลดหนี้นอกระบบ

อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้มีความร่วมมือกับ Grab ทั้งการสนับสนุนเงินทุนให้ Grab นำไปบริหารและปล่อยสินเชื่อต่อแก่ผู้ใช้บริการและคู่ค้า ซึ่ง Grab มีข้อมูลพฤติกรรมธุรกรรมเชิงลึกมากกว่าธนาคาร ทั้งไรเดอร์ ร้านอาหาร และผู้ซื้อ จึงสามารถขยายปล่อยให้แก่ไรเดอร์ รวมถึงสามารถต่อยอดสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ EV ได้เช่นกัน

นางสาวขัตติยา กล่าวถึง แผนลงทุนด้านเทคโนโลยีของธนาคารว่า ได้กำหนดงบประมาณด้านเทคโนโลยีไว้ที่ประมาณ 10% ของกำไรสุทธิในแต่ละปี โดยการขยายลงทุนด้านเทคโนโลยีในทุกปีจะช่วยเสริมในเรื่องการเข้าถึงเงินทุนในกลุ่มอื่นๆ และลูกค้ารายย่อย ที่ธนาคารยังมีข้อมูลไม่มากพอ

ทั้งนี้ภาพรวมพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอี โดยในปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด ประมาณ 28% คิดเป็นมูลค่าพอร์ตรวมประมาณ 500,000 ล้านบาท ซึ่งในสัดส่วนพอร์ตทั้งหมด จะมาจากลูกค้าเอสเอ็มอี 25% ซึ่งในภาพรวมตลาดสินเชื่อ SME ของประเทศจะไม่ค่อยเติบโตหรือติดลบ แต่ธนาคารจะมุ่งเน้นการดูแลกลุ่มลูกค้าปัจจุบันที่เป็นหลัก และมีประวัติธุรกรรมชัดเจน โดยประเมินภาพรวมการให้สินเชื่อในปีนี้ยังขยายตัวตามเป้าหมายที่วางไว้

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚