ออมสินชู AI ปล่อยสินเชื่อรีเจ็กต์เรตต่ำ-ช่วยคนลืมตาอ้าปาก
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
หนี้ครัวเรือน เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่มีการพูดถึงบนเวทีการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ขณะที่ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนของไทยยังคงอยู่ในระดับสูง “ประชาชาติธุรกิจ” ได้พูดคุยกับ “ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ที่มีนโยบายสำคัญในการผลักดันแก้ไขปัญหาหนี้ โดยมีเป้าหมายชัดเจนว่าจะ “ปลดหนี้ก่อนตาย” ให้กับลูกหนี้
มองประเทศไทยพ้นจุดต่ำสุด
“ทรงพล” กล่าวว่า หากจะพูดถึงหนี้ครัวเรือนของไทย ต้องแยกเป็น 2 ช่วงเวลา คือ ก่อนโควิดกับหลังโควิด โดยช่วงก่อนโควิดดูเหมือนว่าหนี้ครัวเรือนไม่ได้สูงมากนัก แต่หลังโควิดเป็นต้นมาเพิ่มขึ้นมาก แล้วก็มีความท้าทายหลาย ๆ เรื่อง เกิดทั้งในประเทศและในต่างประเทศ ความสามารถในการหารายได้ของคนยากขึ้น ของแพงขึ้น การจับจ่ายใช้สอยมีความขัดสนมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อเปรียบเทียบจำนวนเงินกู้ที่มีกับสัดส่วนของ GDP ทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น
“ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญจากนี้ไป ก็คือว่า ประเทศไทยผ่านพ้นจุดต่ำสุดมาแล้ว แล้วก็มีการดำเนินการกิจกรรมทางค้าเพิ่มมากขึ้น เรามีหลายอุตสาหกรรม เรามีทั้งบริการ มีทั้งอุตสาหกรรมการผลิต โอกาสในการสร้างรายได้มีในอนาคต ออมสินจะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงในเรื่องของเงินกู้ แล้วก็แหล่งเงินทุน เงินกู้มีทั้งเงินกู้ระยะสั้น แล้วก็เงินกู้ที่เป็นระยะยาว สำหรับการปรับปรุง ในอัตราดอกเบี้ยที่ไม่สูง”
ทั้งนี้ ยืนยันว่า ธนาคารออมสินจะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ ผู้ประกอบการรากหญ้า ผู้ประกอบการขนาดเล็ก รวมไปถึงผู้ประกอบการที่อาจจะขนาดใหญ่ขึ้นด้วย สามารถที่จะหายใจออก ซึ่งทุกคนสามารถติดต่อเข้ามาที่แบงก์ได้ โดยแบงก์พร้อมที่จะให้การสนับสนุน
ชู AI ปล่อยกู้ลด “รีเจ็กต์เรต”
ขณะเดียวกันสิ่งที่พูดกันมาก คือ เรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งประเทศไทยก็มีการนำมาใช้ในการช่วยพ่อค้าแม่ค้าให้เข้าถึงสินเชื่อ โดยช่วงราว 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง มีนโยบายให้ธนาคารดำเนินการปล่อยสินเชื่อโดยใช้ข้อมูลจาก “AI นกกระซิบ” ซึ่งก็เป็นความสำเร็จที่ดี โดยธนาคารจะได้ข้อมูลจากแอปพลิเคชั่นถุงเงิน นับเป็นจุดตั้งต้นของการนำเอาข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทำให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และทำให้มีความสามารถในการสนับสนุนทางการเงินให้กับผู้ประกอบการได้รวดเร็วขึ้น
“เรารู้ว่าคน ซื้อของบ่อยไหม รายการทรานแซ็กชั่นขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ เราอนุมัติสินเชื่อไป อัตราการปฏิเสธน้อยมากไม่ถึง 20% เพราะดังนั้นผมอยากจะขอให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส มาสมัคร แล้วก็ใช้บริการสินเชื่อ QR มหาเฮง ที่ครอสกับนกกระซิบ คิดอัตราดอกเบี้ยแค่ 0.75% ต่อเดือนเท่านั้น ใครที่ต้องการ Working Capital เพื่อใช้ดำเนินการ มีการขยายกิจการหรือต้องเติมทุน ซื้ออุปกรณ์มาใช้ทำมาหากิน เราก็พร้อมที่จะพิจารณา”
“ทรงพล” กล่าวว่า AI เป็นเครื่องมือที่สำคัญ ทำให้แนวทางในการดำเนินการหลาย ๆ อย่าง มีการเปลี่ยนแปลงไป อย่างธนาคารออมสินเอง ก็จะช่วยให้เกิดการอนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็วขึ้น โดยใช้ข้อมูลทางเลือก ทำให้การให้สินเชื่อไม่ต้องอาศัยหลักประกันเพียงอย่างเดียว สามารถช่วยทำให้เกิดความมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
“สิ่งที่สำคัญ ก็คือว่า เราต้องเข้าใจ AI แล้วต้องใช้ให้เป็น ถ้าเราเลือกในสิ่งที่เรานำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ผมคิดว่าถึงแม้หลาย ๆ คน อาจจะบอกว่า AI จะทำให้การจ้างงานน้อยลง แต่ผมกลับมองว่าการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ จะทำให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วเอาเวลาของเรา จากเดิมที่ต้องไปทำงานที่อาจจะต้องใช้คำว่าใช้แรงงานเยอะหน่อย ก็ไปใช้เวลาในการทำเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติมขึ้น หรือมีเวลาที่จะคิด แล้วก็สามารถที่จะดำเนินการเรื่องต่าง ๆ เพิ่มเติมขึ้นได้ด้วยเช่นกัน”
ปล่อยกู้แสนล้านหนุน SMEs
สำหรับการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs “ทรงพล” กล่าวว่า ในปี 2569 ออมสินมีการให้สินเชื่อใหม่กับ SMEs พอสมควร ทั้งสินเชื่อที่เป็นเรื่องการทรานส์ฟอร์ม การรับมือเรื่องของราคาพลังงาน แล้วก็ในเรื่องของการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยมีการปล่อยสินเชื่อไปเป็นหลักแสนล้านบาทแล้ว ซึ่งต้องขอให้ SMEs ติดต่อเข้ามาว่า ต้องการความช่วยเหลือด้านไหน โดยออมสินมี 1,022 สาขา มีเจ้าหน้าที่พร้อมที่จะให้คำปรึกษา และการให้สินเชื่อ ทั้ง Short Term และ Long Term
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการช่วยเหลือน้ำท่วม ผู้ประกอบการที่สต๊อกอาจจะเสียหาย หรือประชาชนที่ต้องมีการลงทุนซ่อมแซมบ้าน ธนาคารมีอัตราดอกเบี้ย 0% ตั้งแต่ 3 เดือนถึง 1 ปีให้ ขณะที่ในส่วนของอุตสาหกรรมหลักที่ดำเนินการเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ก็ยังสนับสนุนอยู่
“ปีนี้เราคิดว่าเราจะเติบโตในส่วนของอัตราการให้สินเชื่อ SMEs ไม่น้อยกว่า 1.25 เท่า ของ GDP ซึ่งก็เป็นความตั้งใจที่น่าจะส่งผ่านความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการได้ดี”
“ทรงพล” กล่าวว่า ปีนี้ธนาคารออมสินคาดว่าจะปล่อยสินเชื่อได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม คาดว่าทั้งปีจะเกินเป้าที่ตั้งไว้ ขณะที่หนี้เสียไม่มาก ไม่เป็นปัญหา เพราะคนตัวเล็กผ่อนชำระดี มีวินัย ดังนั้นตัวเลขหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) คงออกมาประมาณ 3.5% ต่ำกว่าที่คาดไว้
ตั้งเป้าช่วยคนลืมตาอ้าปาก
“ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน” กล่าวด้วยว่า ช่วงการประชุม IMF-ธนาคารโลก ที่ผ่านมา ก็ได้มีกิจกรรมการประชุมธนาคารออมสินโลก เป็นเวทีคู่ขนาน โดยพูดคุยแลกเปลี่ยนกันถึงการทำให้คนลืมตาอ้าปากได้ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน การปล่อยสินเชื่ออย่างมีความตระหนักหรือมีความรับผิดชอบ ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนกันอย่างเข้มข้น และจะนำไปสู่การดำเนินการต่อไป
“สิ่งที่เราบอกกันในกลุ่มของธนาคารออมสินโลก ก็คือ เราอยากจะเพิ่มกำลังผลิตให้กับประเทศไทย เราอยากจะทำให้คนลืมตาอ้าปากให้ได้ เราอยากจะทำให้คนเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้ได้ ซึ่งในการดำเนินการเรื่องเหล่านี้ มันต้องมีวิธีการ แล้วก็มีเรื่องราวที่เราต้องสานต่อในการดำเนินการ อย่างเรื่อง AI นกกระซิบ กับ QR โค้ด มหาเฮง เป็นจุดแรกที่เราดำเนินการ
เราดำเนินการเรื่องของการช่วยเหลือคนน้ำท่วม การทำให้คนหายใจออก เราบริหารหนี้ให้ได้ เราต้องการให้คนหมดหนี้ให้ได้ เราให้ดอกเบี้ยที่ต่ำสำหรับคนที่ผ่อนดี เราให้โอกาสในการที่จะกู้ ทั้ง ๆ ที่คุณไม่มีหลักประกัน ฉะนั้นผมเชื่อว่าความหวังเป็นสิ่งสำคัญ แล้วก็พลังบวกเป็นสิ่งที่เราต้องดำเนินการควบคู่กันไป”

