เก็งหุ้นแบงก์จ่ายปันผลปี’69 ‘KKP-CREDIT’ กำไรพุ่ง-แจกเพิ่มขึ้น

เก็งหุ้นแบงก์จ่ายปันผลปี’69 ‘KKP-CREDIT’ กำไรพุ่ง-แจกเพิ่มขึ้น
ภาพประกอบข่าว

หลังจากหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ประกาศงบการเงินไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนแรกปี 2569 กันออกมาแล้ว บรรดานักลงทุนต่างจับตาการจ่ายเงินปันผลของแต่ละแบงก์ ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร

นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ พาย เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัย บล.พาย ได้คาดการณ์การจ่ายเงินปันผล โดยภาพรวมคาดว่าหุ้นแบงก์ส่วนใหญ่จะจ่ายปันผลได้เท่ากับปีก่อน หรืออาจจะมากกว่า มีเพียง บมจ.เอสซีบี เอกซ์ (SCB) ที่อาจจะจ่ายได้ลดลง เนื่องจากกำไรลดลง

“แบงก์ที่จ่ายได้เท่าเดิม ก็เป็นแบงก์ที่กำไรอาจจะทรง ๆ หรือลดลง อย่างเช่น ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ที่กำไรลดลง แต่เขาน่าจะจ่ายเท่าเดิม แต่รายที่จ่ายเพิ่มขึ้น เช่น ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ธนาคารไทยเครดิต (CREDIT) เพราะว่ากำไรเขาเติบโตค่อนข้างเยอะ ส่วนธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ก็น่าจะจ่าย Payout Ratio (อัตราส่วนการจ่ายเงินปันผล) มากขึ้น”

ทั้งนี้ กำไรสุทธิรวมของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 3/2569 (8 แห่ง) ปรับลดลง 11% ต่อปี (YoY) และลดลง 1% จากไตรมาสก่อน (QoQ) ฉุดกำไร 9 เดือน ลดลง 5% YoY ขณะที่อัตราส่วนหนี้เสียต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ทรงตัวที่ 3.6% โดยแนวโน้มในไตรมาส 4/2569 แม้คาดกำไรจะเติบโต YoY จากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยขยายตัว แต่แนวโน้มกำไรสุทธิรวมในปี 2569 คาดปรับลดลงราว 1.5% YoY

อย่างไรก็ดี วัฏจักรอัตราดอกเบี้ยลดลงสิ้นสุดตั้งแต่ในครึ่งปีแรก ทำให้ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) มีเสถียรภาพในครึ่งปีหลังและต่อเนื่องในปี 2570 ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิกลับมาเติบโต พร้อมกับรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่ากำไรสุทธิรวมจะกลับมาขยายตัว 3% YoY ในปี 2570 ส่งผลให้ ROE มีเสถียรภาพดีขึ้น กอปรกับอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยสูง 5.7% ในปี 2570

“เราปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคารเป็น ‘มากกว่าตลาด’ มองว่าอัตราผลตอบแทนรวมน่าดึงดูดมากขึ้นหลังจากราคาหุ้นปรับลดลงในเดือน ก.ย.-ต.ค. และธนาคารมีพื้นฐานแข็งแกร่งสามารถจ่ายเงินปันผลสูงและต่อเนื่อง เลือก KKP และธนาคารกรุงไทย (KTB) เป็นหุ้นเด่น นอกจากนี้ แนะนำ ‘ซื้อ’ CREDIT และธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และปรับคำแนะนำ BBL เป็น ‘ซื้อ’ จาก Valuation ที่น่าสนใจ งบดุลแข็งแกร่ง และคาดกำไรกลับมาเติบโตในปี 2570”

ขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ยังมีหลายโจทย์ที่ต้องรับมือต่อเนื่องตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 เพราะแม้ NIM จะมีทิศทางดีขึ้นตามต้นทุนทางการเงินที่ลดลง แต่กรอบการฟื้นตัวยังค่อนข้างจำกัดท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยต่ำและการฟื้นตัวที่ยังล่าช้าของพอร์ตสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง ทั้งนี้ คาดว่า NIM ปี 2569 อาจยังคงต่ำกว่าระดับ 3.21% ในปี 2568

ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยแม้จะช่วยกระจายฐานรายได้ แต่ยังต้องติดตามผลจากการทยอยปรับใช้มาตรฐานใหม่ด้านการจัดเก็บค่าธรรมเนียม ซึ่งอาจมีผลต่อโครงสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารในระยะถัดไป

นอกจากนี้ รายได้อื่น ๆ ก็ยังมีความอ่อนไหวตามภาวะตลาดการเงิน ประกอบกับคุณภาพสินทรัพย์ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน ทั้งนี้ คาดว่า Coverage Ratio ณ สิ้นปี 2569 จะยังคงอยู่ใกล้ระดับ 200%

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่า โจทย์สำคัญของธนาคาร ไม่ได้อยู่เพียงการประคองการเติบโตของผลการดำเนินงาน แต่จะต้องสร้างฐานรายได้ที่มีความต่อเนื่อง ควบคู่กับการดูแลคุณภาพสินทรัพย์ การบริหารต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตและการบริหารความเสี่ยงในระยะข้างหน้า

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚