กรุงศรี ประเมินกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.30-33.00 บาท/ดอลลาร์

กรุงศรี ประเมินกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.30-33.00 บาท/ดอลลาร์
ภาพประกอบข่าว

กรุงศรี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.30-33.00 บาทต่อดอลลาร์ ติดตามราคาน้ำมัน-ข้อมูลจ้างงานสหรัฐ

รายงานจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-33.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.61 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.27-32.86 บาท/ดอลลาร์

โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือน เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ แม้ในช่วงแรกอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ หลังประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ส่วนธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% แต่กรรมการ 3 รายคัดค้านการส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายในแถลงการณ์ ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ นอกจากนี้ ประธานพาวเวลล์กล่าวว่าจะดำรงตำแหน่งในคณะผู้ว่าการ (Board of Governors) หลังจากหมดวาระประธานเฟดในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งลดโอกาสที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะปรับดุลอำนาจเฟดในระยะสั้น

ทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) คงดอกเบี้ย โดยดอลลาร์พลิกอ่อนค่าท้ายสัปดาห์หลังญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยน

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 498 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตร 3,636 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่าตลาดจะติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง ข้อมูลจ้างงานเดือนเมษายนของสหรัฐ รวมถึงการแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินเยนของทางการญี่ปุ่นซึ่งนักลงทุนคาดว่าปฏิบัติการในสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจมีมูลค่าราว 3.2-3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงกับการแทรกแซงในเดือนเมษายน 2567 และตุลาคม 2565

อย่างไรก็ดี การที่ค่าเงินเยนจะฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืนหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าเฟดจะผ่อนคลายนโยบายหรือไม่ และบีโอเจจะสามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ตามคาดหรือไม่ อนึ่ง ในกรณีฐาน กรุงศรีมองว่า บีโอเจจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายนและธันวาคมปีนี้ ควบคู่กับการคลายความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นสมมติฐานสำคัญสำหรับมุมมองค่าเงินเยนของกรุงศรีในช่วงครึ่งปีหลัง

สำหรับปัจจัยในประเทศ หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงดอกเบี้ยด้วยมติ 6 ต่อ 0 และประเมินว่าเศรษฐกิจถูกกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง โดยคาดว่าการบริโภคภาคเอกชนจะอ่อนแรงตามรายได้ที่ชะลอลงและค่าครองชีพที่สูงขึ้น

ส่วนภาคส่งออกได้แรงหนุนจากอุปสงค์สินค้าเทคโนโลยี และกนง.คาดว่าเงินเฟ้อจะเกินขอบบนของกรอบเป้าหมายที่ 3% ชั่วคราว กรุงศรีมองว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 ขณะที่การขึ้นดอกเบี้ยจะกระทบกลุ่มเปราะบาง ส่วนการลดดอกเบี้ยจะเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚