ทองคำดีดกลับขาขึ้นแรง-เร็ว พักฐานจบ-ฟื้นมั่นคง-ลุ้น 75,000 บาทปีนี้

ทองคำดีดกลับขาขึ้นแรง-เร็ว พักฐานจบ-ฟื้นมั่นคง-ลุ้น 75,000 บาทปีนี้
ภาพประกอบข่าว

ทองคำกลับสู่ “ขาขึ้น” แรง-เร็วเกินคาด “นายกสมาคมค้าทองคำ” มองแนวโน้ม “มั่นคง” ชี้ระยะสั้นอาจผันผวน-เชื่อปีนี้ทะยาน 5,500 ดอลลาร์ ทองไทยทะลุ 70,000 บาท-ติดดอย “จุดสูงสุด” ยังต้องรอปีหน้า ฟาก “ฮั่วเซ่งเฮง” ระบุทองขึ้นแรงทาง “เทคนิค” ลุ้นผ่าน 4,500 เหรียญแล้วไปต่อยาว ๆ คาดสิ้นปีทองในประเทศมีโอกาสถึง 75,000 บาท

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วงนี้ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นมาแรง ตั้งแต่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐออกมาต่ำกว่าตลาดคาดการณ์กันมาก โดยตนมองแนวโน้มราคาน่าจะขึ้นต่อได้ แต่อาจจะมีบางจังหวะย่อตัวบ้าง แต่ก็น่าจะไปต่อ ซึ่งการปรับลักษณะที่ขึ้นแล้วย่อบ้าง แล้วขึ้นต่อ ถือว่าขาขึ้นจะค่อนข้างมั่นคง

“รอบนี้ทองขึ้นเพราะตัวเลขจ้างงานของสหรัฐไม่ดี ซึ่งประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. ราคาทองก็เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ตอนนั้น ตลาดก็คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะไม่แรง เฟด (ธนาคารกลางสหรัฐ) ก็ไม่น่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยรอบเดือน ก.ย.นี้ ทองก็เลยพุ่ง แล้วจริง ๆ พวกกองทุนก็น่าจะมองกันว่าดอกเบี้ยไม่ขึ้นอยู่แล้ว แต่พวกเล่นมาร์จิ้น เล่นล่วงหน้า หรือเล่นทองกระดาษ ที่เล่นเก็งกำไรกัน ก็ต้องเตือนว่าต้องระวัง อย่าไปเล่นโอเวอร์เยอะ ๆ เพราะความเสี่ยงสูง”

สำหรับแนวโน้มราคาทองในช่วงที่เหลือของปี นายจิตติกล่าวว่า เดิมคาดการณ์ไว้ที่ 4,500 ดอลลาร์ แต่ตอนนี้ก็ขึ้นมาใกล้ 4,500 ดอลลาร์แล้ว ดังนั้นจึงคาดว่าราคาจะขึ้นไปต่อ เพียงแต่ช่วงนี้อาจจะผันผวนบ้าง แต่ภายในปีนี้มีโอกาสเห็นราคาขึ้นไปที่ 5,500 ดอลลาร์ได้ ส่วนทองในประเทศน่าจะขึ้นไปที่ระดับกว่า 70,000 บาทได้

โดยปัจจัยหนุนก็คือ คาดว่าเฟดน่าจะไม่ขึ้นดอกเบี้ย เพราะสหรัฐมีหนี้สูง ขณะเดียวกันช่วงไตรมาส 3 ก็เป็นช่วงไฮซีซั่นที่มีการซื้อทองคำกันมาก ซึ่งตอนนี้ธนาคารกลางจีนก็กลับมาซื้อเพิ่มขึ้นมาก

“คนที่ติดดอยตอน All Time High หรือที่ 81,950 บาท อาจจะต้องรอปีหน้าจึงจะไปถึง ส่วนปีนี้น่าจะยังไปไม่ถึง เพราะเงินบาทก็แข็งค่าด้วย โดยเงินบาทแข็งขึ้น 10 สตางค์ จะกระทบราคาทองประมาณ 200 บาท ซึ่งช่วงนี้เงินบาทก็แข็งขึ้นมาประมาณ 40 สตางค์ ก็หายไป 800 บาทแล้ว”

นายจิตติกล่าวว่า แม้ว่าช่วงนี้ราคาทองจะกลับขึ้นมาเยอะ แต่นักลงทุนยังไม่ได้คึกคักมากนัก ซึ่งน่าจะมาจากการที่คนยังกลัวกันอยู่ จากที่มีการปรับฐานลงไปมากในช่วงก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดีหากมีเงินเย็น แนะนำให้แบ่งบางส่วนมาซื้อทองคำเก็บไว้ เพราะยังไงผลตอบแทนก็ชนะเงินเฟ้อ และชนะดอกเบี้ยเงินฝากแน่นอน

นายกสมาคมค้าทองคำกล่าวด้วยว่า ช่วงนี้สมาคมค้าทองคำมีการประกาศราคาในประเทศ ทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์ด้วย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดทองคำต่างประเทศ เพราะอย่างตลาดที่สหรัฐก็เปิดให้ซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ดีหลังจากเปิดมาตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ทางฝั่งเอเชียผลตอบรับยังไม่ค่อยคึกคักนัก ซึ่งคิดว่าคงต้องใช้เวลาสักระยะ

“สมัยนี้เศรษฐกิจไม่ดี ก็มีการเปิดให้เล่นทองไซซ์เล็กลง แค่ 1 ออนซ์ก็ซื้อได้จากสมัยก่อนต้องซื้อถึง 100-200 ออนซ์ เพื่อให้รายย่อยซื้อ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็น่ากลัว ผมว่าอันตราย เหมือนไปเปิดกาสิโนให้เขาเล่น คนเล่นต้องมีประสบการณ์เพียงพอ ถ้าไม่มีความเสี่ยงจะสูง” นายกสมาคมค้าทองคำกล่าว

นางศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า ตอนนี้มองว่าทองคำจบรอบพักฐานไปแล้ว เพราะเดือนที่แล้วพักฐานลงไประดับ 4,200 ดอลลาร์ แล้วฟื้นกลับขึ้นมาได้ โดยดูในเชิงเทคนิค ตอนนี้ถือว่าดูดี มีสัญญาณซื้อในระยะสั้น แต่ระยะยาวขึ้นต้องลุ้นให้ผ่าน 4,500 ดอลลาร์ ถ้าผ่านได้ก็น่าจะขึ้นต่อ ซึ่งเมื่อถึงจุดดังกล่าวน่าจะมีการทดสอบก่อนว่าจะผ่านได้หรือไม่ จึงอาจมีแรงเทขายทำกำไรออกมาได้

“ตอนนี้ถือว่าทองขึ้นเร็วกว่าคาดมาก ในช่วงแค่สัปดาห์เดียว หลังจาก Break Out ที่ 4,200 ดอลลาร์ ก็ขึ้นมา แบบคิดไม่ถึงว่ามาได้ยังไง ซึ่งดูแล้วข้อมูลอื่น ๆไม่ค่อยมีผล จะเป็นเรื่องเทคนิคที่มีผลแรงกว่า โดยปัจจัยเงินเฟ้อสหรัฐอาจจะเร่งตัวขึ้นบ้าง แต่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่กังวล เพราะยังดูทรง ๆ ตัว ไม่ได้ขึ้นแรงอย่างที่ตลาดคาด”

อย่างไรก็ดีแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟดยังต้องจับตา โดยเมื่อตอนสหรัฐประกาศตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมา ตลาดมองว่าเฟดอาจจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. แต่ตอนนี้พอราคาน้ำมันปรับขึ้นแรง ตลาดก็เริ่มกลับมามองว่ามีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอีก

นางศิริลักษณ์กล่าวว่า ทองที่ขึ้นแรงตอนนี้มาจากแรงซื้อในต่างประเทศที่เห็นชัดเจน จากกองทุน ETF ทองคำ ทั้งของสหรัฐและของจีนเป็นหลัก อย่างกองทุน SPDR ซื้อทองคำในเดือน ส.ค.แค่เพียงสัปดาห์เดียว 13.95 ตันแล้ว จากที่เดือนที่แล้วเข้าซื้อแค่ 1.9 ตัน

“ฮั่วเซ่งเฮงมองเป้าหมายราคาทองระยะสั้นที่ 4,500 ดอลลาร์ ส่วนเป้าหมายจนถึงสิ้นปีนี้มองที่ 4,900-5,000 ดอลลาร์ ส่วนทองไทยน่าจะเห็นประมาณ 74,000-75,000 บาท เพราะมีปัจจัยบาทแข็งด้วย ส่วนคนที่ซื้อไว้ที่ 80,000 บาทคงต้องรอปีหน้า คือต้องรอให้กลับไประดับ All Time High อย่างไรก็ดีตอนนี้ราคาทองเมื่อเทียบกับต้นปีกลับมาเป็นบวกแล้ว” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส กล่าว

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚