คลังลุ้นภาษีนิติบุคคล ธุรกิจยื่น ภ.ง.ด.50-ประคองรายได้รัฐ

คลังลุ้นภาษีนิติบุคคล ธุรกิจยื่น ภ.ง.ด.50-ประคองรายได้รัฐ
ภาพประกอบข่าว

สถานการณ์การจัดเก็บรายได้รัฐบาลในปีงบประมาณ 2569 แม้ภาพรวมจะยังจัดเก็บได้ใกล้เคียงกับเป้าหมาย แต่หลายฝ่ายยังกังวลว่า การจัดเก็บรายได้รัฐบาลปีนี้อาจจะทำได้ต่ำกว่าเป้า เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี เต็มไปด้วยความผันผวน โดยเฉพาะจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่มีการสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ

5 เดือนแรกรายได้รัฐบาลปริ่มเป้า

ล่าสุด กระทรวงการคลังรายงานผลการจัดเก็บรายได้ 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ (ต.ค. 68-ก.พ. 69) พบว่ารัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ จำนวน 1,042,481 ล้านบาท ใกล้เคียงกับประมาณการ โดยเกินเป้าอยู่ราว 1,200 ล้านบาท แต่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.5% เนื่องจากมีรายได้เพิ่มจาก 1) การนำส่งเงินส่วนเกินจากการจำหน่ายพันธบัตรจากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 2) การนำส่งรายได้เหลื่อมมาจากปีก่อนของรัฐวิสาหกิจบางแห่ง และ 3) ภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ที่มีการปรับเพิ่มอัตราภาษีน้ำมันเบนซินและดีเซล 1 บาทต่อลิตร

3 กรมภาษีหืดจับเก็บรายได้

ทั้งนี้ 3 กรมภาษี คือ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร จัดเก็บรายได้รวมกันอยู่ที่ 1,095,006 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการอยู่แค่ 2,249 ล้านบาท หรือ 0.2% โดยกรมสรรพากรที่เป็นกรมที่มีสัดส่วนรายได้รัฐบาลสูงสุด จัดเก็บได้ 813,787 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 960 ล้านบาท หรือ 0.1% กรมสรรพสามิต จัดเก็บได้ 234,053 ล้านบาท เกินกว่าประมาณการ 4,623 ล้านบาท หรือ 2% ซึ่งมาจากการปรับเพิ่มอัตราภาษีน้ำมันเบนซินและดีเซล 1 บาทต่อลิตร ตั้งแต่ปลายปีก่อน

ส่วนกรมศุลกากร จัดเก็บได้ 47,166 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 3,334 ล้านบาท หรือต่ำเป้า 6.6%

ดึงรัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้เพิ่ม

ขณะที่การนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ อยู่ที่ 89,068 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 8,674 ล้านบาท หรือสูงกว่าเป้าถึง 10.8% ซึ่งกระทรวงการคลังระบุว่า มาจากการนำส่งรายได้เหลื่อมมาจากปีก่อนของรัฐวิสาหกิจบางแห่ง ด้านหน่วยงานอื่นนำส่งรายได้ 88,132 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 12,122 ล้านบาท ซึ่งมาจากการนำส่งเงินส่วนเกินจากการจำหน่ายพันธบัตรจากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลเป็นสำคัญ

กู้โปะขาดดุลแล้วกว่า 5.5 แสน ล.

ด้านฐานะการคลังในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 มีการขาดดุลเงินงบประมาณ 860,378 ล้านบาท มากกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 69,525 ล้านบาท หรือ 8.8% โดยกระทรวงการคลังได้มีการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 558,992 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือน ก.พ. 2569 อยู่ที่ 317,275 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 77,859 ล้านบาท หรือ 32.5%

เอกนิติ ชี้ฐานะการคลังยังพอรับได้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ระบุว่า ปัจจุบันรายได้ภาครัฐยังเป็นไปตามเป้า ฐานะการคลังยังพอรับได้ ซึ่งรัฐบาลมีความจำเป็นต้องปรับแนวคิดจากการอุดหนุนราคาน้ำมันไปสู่การช่วยเหลือประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อไม่ให้เกิดภาระการคลังและป้องกันความเสี่ยงวิกฤตซ้อนวิกฤตในอนาคต

ทั้งนี้ ในเดือน มี.ค. รายได้รัฐบาลยังเข้าเป้าอยู่ ขณะที่ด้านรายจ่ายได้มอบนโยบายให้กรมบัญชีกลางเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อพยุงเศรษฐกิจในช่วงที่มีสัญญาณชะลอตัว

ลุ้นภาษีนิติบุคคล พ.ค.นี้ไม่ต่ำเป้า

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่า ตอนนี้ต้องลุ้นรายได้ภาษีนิติบุคคล ที่เป็นผลประกอบการของธุรกิจในช่วงครึ่งหลังปี 2568 ซึ่งจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี ภ.ง.ด.50ในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.นี้ ต้องดูว่าจะเข้าเป้าหรือไม่ โดยช่วงที่ผ่านมาก็สัญญาณไม่ค่อยดีจากภาษีของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ (LTO) ที่ยังค่อนข้างต่ำ

ทั้งหมดนี้เป็นภาพการจัดเก็บรายได้ภาครัฐที่เรียกได้ว่า “หืดขึ้นคอ” พอสมควร แล้วยิ่งมองไปข้างหน้า รัฐบาลชุดใหม่จำเป็นต้องใช้จ่ายเพื่อดูแลเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่กระทบราคาน้ำมันพุ่งสูง ซึ่งจะซ้ำเติมค่าครองชีพของประชาชน และกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย จึงเป็นความท้าทายของรัฐบาลที่จะต้องบริหารจัดการ

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚