สรุปรายละเอียด ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ เฟส 2 แจก 1,000 บาท 2 เดือน
เปิดรายละเอียด “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เฟส 2 วงเงิน 1,000 บาทต่อคน ใช้จ่าย 2 เดือน ตั้งแต่ 1 ต.ค.-30 พ.ย. 2569 รัฐร่วมจ่าย 60% จำกัดใช้วันละไม่เกิน 200 บาท พร้อมเช็กคุณสมบัติและเงื่อนไขการรับสิทธิ์
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบการปรับลดกรอบวงเงินเดิมของโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) และอนุมัติโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)” เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงานและความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ เพื่อรักษากำลังซื้อของภาคครัวเรือน การบริโภคภาคเอกชน พยุงเศรษฐกิจไม่ให้หดตัวลง และช่วยให้ผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
โครงการดังกล่าว ใช้แหล่งเงินกู้ตาม พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569
ประกอบด้วย 2 มาตรการ ได้แก่ 1) โครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม (โครงการเพิ่มวงเงินเพิ่มเติมฯ) และ 2) โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) (เพิ่มเติม)” โดยมีกรอบวงเงินรวมไม่เกิน 42,690.6503 ล้านบาท
ทั้งนี้ คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ได้ให้ความเห็นชอบข้อเสนอแล้ว ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา

เฟส 2 60/40 เหมือนเดิม เพิ่มเติม 1 พัน ใช้ 2 เดือน
สำหรับรายละเอียดของโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ เฟส 2 เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย รักษากำลังซื้อของประชาชนทั่วไป และเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อย
โดยกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการในเฟสที่ 2 มีทั้งผู้ได้รับสิทธิตามโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ อยู่ในปัจจุบัน และผู้ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 (ทั้งกลุ่มผู้มีบัตรฯ ปี 2565 เดิม และผู้ลงทะเบียนใหม่)
คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ ต้องมีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ยืนยันเข้าร่วมโครงการ มีบัตรประจำตัวประชาชน และไม่เป็นผู้ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนใน 7 โครงการของรัฐ (คนละครึ่ง, คนละครึ่ง ระยะที่ 2, คนละครึ่ง ระยะที่ 3, คนละครึ่ง ระยะที่ 4, คนละครึ่ง ระยะที่ 5, คนละครึ่ง พลัส และไทยช่วยไทย พลัส (60/40))
สำหรับการใช้จ่ายในโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ ในเฟส 2 กำหนดวงเงินคนละ 1,000 บาท สำหรับ 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2569 (รวม 2 เดือน) ส่วนรูปแบบการใช้จ่ายในโครงการยังคงเป็นรูปแบบเดิม โดยภาครัฐร่วมจ่าย (Co-pay) ในอัตรา 60% (ประชาชนออกเอง 40%) จำกัดการใช้ วันละไม่เกิน 200 บาทต่อคน
ระยะเวลาดำเนินโครงการ :
- ประชาชนกดยืนยันสิทธิ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ระหว่างวันที่ 1 – 15 ตุลาคม 2569
- ผู้ประกอบการกดยืนยันสิทธิ ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2569
ช่องทางและเวลาการใช้สิทธิ :
ประชาชนใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อชำระเงินแก่ร้านค้าผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”
- การซื้อสินค้า/บริการหน้าร้าน : ซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ได้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 23.00 น.
- การสั่งผ่าน Food Delivery : ซื้อเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหารที่เข้าร่วมโครงการ ได้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น.
เติมเงินบัตรคนจน เป็น 1,000 บาท อีก 1 เดือน
ขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรี ยังเห็นชอบโครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม เพื่อเยียวยาผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางทางด้านรายได้ ทรัพย์สิน และหนี้สิน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและรุนแรงจากสถานการณ์วิกฤตความผันผวนของราคาพลังงานอย่างต่อเนื่อง
โดยผู้ที่มีสิทธิในโครงการดังกล่าว ต้องเป็นผู้ผ่านคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่ผ่านคุณสมบัติตามเกณฑ์ ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569
วงเงินและสิทธิประโยชน์ :
- วงเงินเดิม : 300 บาทต่อคนต่อเดือน
- วงเงินที่เพิ่มให้ : 700 บาทต่อคนต่อเดือน
- วงเงินรวม : 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน
ระยะเวลาการสนับสนุน : มอบวงเงินเพิ่มเติมเฉพาะใน เดือนตุลาคม 2569
เงื่อนไขการใช้จ่าย : ใช้สำหรับซื้อสินค้าจากร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านค้าอื่น ๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด


