KBank ปรับเกมบัตรเดบิตใหม่ จับเทรนด์ “ใช้แล้วต้องคุ้มค่า”

KBank ปรับเกมบัตรเดบิตใหม่ จับเทรนด์ “ใช้แล้วต้องคุ้มค่า”
ภาพประกอบข่าว

แม้ปัจจุบัน วิธีการใช้จ่ายตามร้านค้าด้วยการสแกน QR Payment จะเป็นที่นิยมอย่างมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า “บัตรเดบิต” ยังเป็นช่องทางที่ช่วยให้การใช้จ่ายสะดวกทั้งตามร้านค้าใหญ่ ๆ ในไทย จนถึงร้านค้าในต่างประเทศ และสามารถกดเงินสดได้ หากจำเป็นต้องใช้

โดยจากสถิติของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ เดือนพฤษภาคม 2569 รายงานไว้ว่า มีบัตรเดบิตอยู่ในท้องตลาด 50,189,808 ใบ ซึ่งลดลงอย่างต่อเนื่องจากเมื่อมกราคม 2569 ซึ่งอยู่ที่ 51,143,731 ใบ ขณะที่ในแง่มูลค่าการรูดใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต ณ เดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท (มูลค่าเฉลี่ย 302 บาทต่อบัตรต่อเดือน) และด้านการกดเงินสด ยังมีมูลค่าสูงถึงกว่า 2.34 แสนล้านบาท (มูลค่าเฉลี่ย 4,663 บาทต่อบัตรต่อเดือน)

หากย้อนกลับไปดูความเคลื่อนไหวตั้งแต่ปีที่ผ่าน ๆ มา จะเห็นได้ว่า หลายธนาคารกลับมาทำตลาดบัตรเดบิตมากขึ้น ตั้งแต่การปรับโฉม-ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ จนถึงการจัดสิทธิพิเศษ ส่วนลด-เงินคืนต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการใช้งานบัตรเดบิตและตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายกว่า

อ่านเพิ่มเติม : บัตรเดบิตไทย ขยับครั้งใหม่ ผนึกพาร์ตเนอร์สะสมแต้มทุกยอดรูด

ล่าสุด หนึ่งในเจ้าตลาดบัตรเดบิตอย่าง ธนาคารกสิกรไทย ปรับโฉมบัตรเดบิตครั้งใหญ่ สู่บัตร 3 แบบ คือ บัตรเดบิต MORE MOVE และ MOST ชูเรื่องการยกระดับประสบการณ์ใช้จ่ายและสิทธิประโยชน์หลักที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น เน้นความคุ้มค่าในหมวดสินค้าและบริการที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน

ไม่ใช่แค่สะดวก แต่ต้องได้ความคุ้มค่า

ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายและเทรนด์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในปัจจุบัน พบว่า การใช้จ่ายผ่านช่องทางดิจิทัลเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าดิจิทัลได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น ตั้งแต่การชำระค่าสินค้าและบริการ การซื้อสินค้าออนไลน์ ไปจนถึงการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ประกอบกับลูกค้าไม่ได้มองแค่ความสะดวกในการทำธุรกรรม แต่ให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่าที่ได้รับจากการใช้จ่าย” มากขึ้น ธนาคารจึงนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้มาพัฒนาบัตรเดบิตใหม่ เพื่อยกระดับบทบาทของบัตรเดบิตจากบริการทางการเงินเพื่อทำธุรกรรม สู่บริการที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าให้กับการใช้ชีวิตประจำวัน

โดยธนาคารคาดว่าจะมีจำนวนผู้สมัครบัตรใหม่มากกว่า 2 ล้านใบ ภายในปี 2570 และยังคงครองความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในด้านยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต

ปรับสิทธิพิเศษ เจาะ 3 กลุ่ม

สำหรับบัตรเดบิตใหม่ ทั้ง 3 ประเภท MORE MOVE และ MOST ธนาคารพัฒนาขึ้นโดยชูแนวคิด “Every Good Day ดีทุกเดย์” ยกระดับสิทธิประโยชน์หลักให้คุ้มกว่าเดิม

จุดร่วมหลักของบัตรเดบิตใหม่นี้ คือการให้คะแนนในทุกการใช้จ่าย โดยการใช้จ่ายผ่านบัตรทุกประเภท 25 บาท จะได้รับ 1 K Point (จำกัดสูงสุด 400 คะแนน ต่อบัตร ต่อเดือน) และรับเงินคืนสูงสุด 3% เมื่อใช้ขึ้นรถไฟฟ้า MRT เติมน้ำมัน หรือช็อปปิ้งออนไลน์จากพาร์ตเนอร์ชั้นนำ

และในบัตรแต่ละประเภท มีการพัฒนาและเพิ่มเติมสิทธิพิเศษ รวมทั้งดีไซน์บัตรให้ทันสมัยมากขึ้น

เริ่มจากบัตรเดบิต MORE ที่พัฒนามาจากบัตรเดบิต K-My ดีไซน์โมเดิร์นด้วยสีซิลเวอร์ (Silver) สำหรับคนรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษา เน้นใช้รูด แตะ จ่ายทั่วไปในชีวิตประจำวัน รับสิทธิประโยชน์หลักครบถ้วนทั้งพอยต์ และเงินคืน

ตามมาด้วยบัตรเดบิต MOVE ที่พัฒนาจากบัตรเดบิต JOURNEY บัตรเดบิตทราเวลการ์ดของธนาคาร ดีไซน์เรียบเท่ด้วยสีออลแบล็ก (All Black) เจาะกลุ่มคนทำงาน และผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวและความบันเทิง

โดยสิทธิพิเศษเพิ่มเติมของบัตรประเภทนี้ มีทั้งการใช้จ่ายต่างประเทศได้ทุกสกุลเงิน ไม่มีชาร์จค่าความเสี่ยงการแปลงสกุลเงิน (FX Rate) 2.5% ใช้บริการห้องรับรองสนามบินฟรี ส่วนลดพิเศษสำหรับรถรับ-ส่งสนามบิน และรับเงินคืนสูงสุด 3% เมื่อใช้จ่ายในหมวดความบันเทิง

ปิดท้ายด้วยบัตรเดบิต MOST ที่พัฒนามาจากบัตรเดบิต K-Max Plus เน้นดีไซน์เรียบหรูด้วยสีแชมเปญโกลด์ (Champagne Gold) จับกลุ่มเจ้าของกิจการ ฟรีแลนซ์ และผู้ที่สนใจเรื่องสุขภาพและความมั่นคง

ในแง่สิทธิประโยชน์ ยังคงมีประกันอุบัติเหตุ และเพิ่มสิทธิประโยชน์รับเงินคืนสูงสุด 2% เมื่อใช้จ่ายในหมวดสุขภาพและความงาม ประกัน และการซื้อโฆษณาออนไลน์

สำหรับค่าธรรมเนียมของบัตรเดบิตทั้ง 3 ประเภท มีอัตราดังนี้

บัตรเดบิต MORE : ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 299 บาท ค่าธรรมเนียมรายปี 299 บาท ค่าธรรมเนียมออกบัตรใหม่ กรณีบัตรชำรุด/สูญหาย 250 บาท (ฟรีค่าธรรมเนียมรายปี ปีแรก)

บัตรเดบิต MOVE : ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 599 บาท ค่าธรรมเนียมรายปี 599 บาท ค่าธรรมเนียมออกบัตรใหม่ กรณีบัตรชำรุด/สูญหาย 550 บาท (ฟรีค่าธรรมเนียมรายปี ปีแรก)

บัตรเดบิต MOST : ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 699 บาท ค่าธรรมเนียมรายปี 699 บาท ค่าธรรมเนียมออกบัตรใหม่ กรณีบัตรชำรุด/สูญหาย 650 บาท (ฟรีค่าธรรมเนียมรายปี ปีแรก)

ทั้งนี้ เอกสารประกาศอัตราค่าธรรมเนียมบริการ บัตรเอทีเอ็ม/บัตรเดบิต บริการโอนเงิน/ชำระเงิน หักบัญชีอัตโนมัติ และตราสารต่างประเทศ ฉบับล่าสุดของธนาคาร ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2569 มีการระบุว่า บัตรเดบิต K-My, K-Max Plus และ JOURNEY ได้สิ้นสุดการจำหน่ายแล้ว

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚