ปลัดคลังยันไม่นำข้อมูลร้านค้าไทยช่วยไทยพลัส เรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ชี้ไม่ต้องกังวล
ปลัดคลังยันไม่นำข้อมูลไปเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ชี้ร้านค้าไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ไม่ต้องกังวล-แจงหากพบร้านค้าคิดราคาแพงขึ้นจากปกติ ประชาชนร้องเรียนได้ ล่าสุดมีร้านค้าร่วมโครงการ 939,737 ร้านค้า
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ทุกโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาค่าครองชีพที่ผ่านมาของภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่งทั้ง 5 เฟส และโครงการชิมช้อปใช้ ไม่เคยมีการนำข้อมูลร้านค้ามาใช้เรียกเก็บภาษีย้อนหลังอยู่แล้ว ดังนั้น ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) นี้ ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง
ข้อมูลร้านค้าที่ร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ที่ลงทะเบียนสำเร็จ ล่าสุด (2 มิ.ย.) อยู่ที่ 939,737 ร้านค้า เป็นร้านค้าเดิม 844,364 ร้านค้า และร้านค้าใหม่ 95,373 ร้านค้า ขณะที่ร้านค้าที่อยู่ระหว่างรอการตรวจสอบมี 3,634 ร้านค้า และร้านค้าที่อยู่ระหว่างยอมรับ T&C อยู่ที่ 135,748 ร้านค้า
นายลวรณกล่าวว่า ร้านค้าไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ที่ใช้โอกาสนี้ขายสินค้าและบริการในราคาสูงกว่าปกติ ให้แก่ลูกค้าที่ใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสนั้น เป็นการกระทำที่ไม่สมควรทำ และหากพบว่าร้านค้าทำผิดข้อตกลงและเงื่อนไขที่ได้ยินยอมไว้ในโครงการนี้ อาจจะมีบทลงโทษตามมา
ทั้งนี้ ประชาชนที่พบปัญหาดังกล่าว สามารถแจ้งเรื่องและร้องเรียนได้ที่เว็บไซต์ของกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงสำนักงานคลังและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด โดยจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบร้านค้าดังกล่าวต่อไป
“เราต้องการให้โครงการนี้เป็นการที่คนไทยช่วยคนไทย เราช่วยให้คนอุดหนุนร้านค้ามากขึ้น ร้านค้าขายดีขึ้น ดังนั้นร้านค้าก็ควรจะช่วยผู้บริโภคและไม่ควรขึ้นราคา สำหรับประชาชนที่พบปัญหาสามารถร้องเรียนได้ที่เว็บไซต์กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงสำนักงานคลังและพาณิชย์จังหวัด” นายลวรณ กล่าว
ขณะที่เมื่อวานนี้ (2 มิ.ย.) มียอดการใช้จ่ายในโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) อยู่ที่ 4,542.08 ล้านบาท โดยเป็นเงินที่รัฐบาลร่วมจ่าย 2,641.23 ล้านบาท และเงินที่ประชาชนจ่าย 1,900.85 ล้านบาท มีจำนวนผู้ใช้จ่ายสำเร็จทะลุ 14.4 ล้านคน และจำนวนร้านค้าที่มีการใช้จ่ายสำเร็จกว่า 792,045 ร้านค้า


