MD ธอส. สั่งแก้หนี้เชิงรุก-ปล่อยสินเชื่อประคองอสังหาฯ เตรียม 1 หมื่นล้าน หนุน “กลุ่มอาชีพอิสระ” มีบ้าน

MD ธอส. สั่งแก้หนี้เชิงรุก-ปล่อยสินเชื่อประคองอสังหาฯ เตรียม 1 หมื่นล้าน หนุน “กลุ่มอาชีพอิสระ” มีบ้าน
ภาพประกอบข่าว

MD ธอส. สั่งแก้หนี้เชิงรุก-ไม่รอลูกค้ามีปัญหา ครึ่งปีหลังเดินหน้าปล่อยสินเชื่อบ้านตามเป้า 2.4 แสนล้าน ประคองภาคอสังหาฯ ที่ยังเปราะบาง เตรียม 1 หมื่นล้านหนุน “กลุ่มอาชีพอิสระ” มีบ้านของตนเอง

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. มีนโยบายแก้หนี้อย่างเชิงรุกมากขึ้น โดยได้ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลลูกค้า โดยไม่ต้องรอให้ลูกค้ามีปัญหาก่อน อย่างไรก็ดี หากลูกค้ามีปัญหาแล้ว ธนาคารก็ไม่ทิ้ง โดยจะมีมาตรการดูแลปรับโครงสร้างหนี้ ประนอมหนี้ หรือปรับเงินงวดให้ก่อนที่จะมีปัญหา ซึ่งอาจจะมีการขยายอายุสัญญาเงินกู้ให้ เพื่อลดการจ่ายเงินงวดลง

“เรามีระบบที่ดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด มีการพัฒนา Dashboard อะไรต่าง ๆ ขึ้นมา”

สำหรับกระแสเรื่องการ “บิดหนี้” ที่ถูกพูดถึงกันมากในขณะนี้ เนื่องจาก ธอส. ปล่อยสินเชื่อบ้าน ในการพิจารณาสินเชื่อ ก็จะพิจารณาตั้งแต่ตอนขอสินเชื่อแล้ว ว่าต้องเป็นผู้ที่ต้องการมีบ้านจริง ๆ

“เราอาจจะต่างจากสินเชื่อที่เป็นข่าวอยู่ อันนั้นเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งอาจจะมีบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะทำแบบนั้น แต่ของเรา เราจะประเมินในทุก ๆ มิติ ทำให้เราไม่ได้กังวล ที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ว่า แล้วถ้าลูกค้ามีข้อจำกัดการชำระหนี้ เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ หรือมีปัญหารายได้ เราก็มีทีมในการเข้าไปดูแล”

ดร.มหัทธนะ กล่าวว่า การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งปีหลังนั้น ธอส. จะมุ่งเน้นให้โอกาสกลุ่มอาชีพอิสระมากขึ้น โดยปีนี้ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อกลุ่มนี้มากกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งในการพิจารณาสินเชื่อ ก็จะดูมากกว่ารายได้ แต่จะดูข้อมูล ปัจจัยอื่น ๆ ด้วย ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าภาพรวมการปล่อยสินเชื่อของ ธอส. ทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งเป้าสินเชื่อใหม่ไว้ที่กว่า 2.4 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ ธอส. ยังมุ่งเน้นช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยถึงรายได้ปานกลาง ให้มีบ้านเป็นของตัวเอง สะท้อนจากยอดสินเชื่อครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ซึ่ง ธอส.ปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งหมดไปได้ 1.4 แสนล้านบาท โตขึ้น 14-15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการปล่อยสินเชื่อบ้านวงเงินกู้ต่ำกว่า 3 ล้านบาท สัดส่วนมากที่สุด หรือมากกว่า 80% ของสินเชื่อปล่อยใหม่ทั้งหมด

“ถ้าดูจากค่าเฉลี่ยต่อราย ที่เราปล่อยกู้ไป ก็ลดลงมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยวงเงินกู้ต่อรายที่ 1.07 ล้านบาท ก็ลดลงมา เรายังมุ่งเน้นช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยถึงรายได้ปานกลาง แต่เราก็พยายามดูทุกกลุ่ม ทุกวัย เพราะเราต้องเป็นกลไกหลักกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนภาคอสังหาริมทรัพย์”

ขณะที่การดูแลสังคมสูงวัย ธอส. ก็มีทั้งสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Reverse Mortgage) รวมถึงการให้กู้สินเชื่อบ้านที่ขยายอายุผู้กู้ไปจนถึง 85 ปี เพื่อให้เข้ากับบริบทสังคมปัจจุบัน และพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป

“ด้วยปัจจุบัน พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปเยอะ เราก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมลูกค้า และพยายามออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ personalize ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และ เราพยายามเป็นธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เข้าใจลูกค้ามากที่สุด ไม่มีใครทำงานอย่างเดียวแล้วทำได้ดีเท่าเรา 72 ปีเราทำแต่สินเชื่อที่อยู่อาศัย ดังนั้นเรามั่นใจว่าเราเข้าใจลูกค้ามากที่สุด”

ดร.มหัทธนะ กล่าวว่า ปัจจุบัน ธอส.ครองส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) ของตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยราว 40% ทิ้งห่างจากอันดับ 2 กว่าเท่าตัว

สำหรับในช่วงที่สินเชื่อบ้านปล่อยใหม่ค่อนข้างยาก ในส่วนของการรีไฟแนนซ์นั้น ธอส. ก็มีทั้งลูกค้าที่รีไฟแนนซ์ออกไป และรีไฟแนนซ์เข้ามา แต่ที่ดูในภาพรวมสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ของทั้งตลาด ในช่วงไตรมาสแรกโต 11% แต่ถ้าดูยอดสินเชื่อคงค้างพบว่า เพิ่มเพียงเล็กน้อย ก็แปลว่าอาจจะเกิดจากการรีไฟแนนซ์กันมาก แต่ในส่วนของ ธอส. โตทั้ง 2 ส่วน คือสินเชื่อปล่อยใหม่โต 6% ในไตรมาสแรก ส่วนยอดสินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้น 5%

“เราก็ส่งเสริมให้ทุกสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อบ้าน เพื่อให้ช่วยการเข้าถึงสินเชื่อของคนไทย เพื่อให้เศรษฐกิจหมุน โดยเราก็ให้ทางสาขาไปสร้างความเข้าใจกับลูกค้า ซึ่งลูกค้าอาจจะได้รับการเชิญชวนไปรีไฟแนนซ์ แต่ถ้าระยะยาว ถ้าอยู่กับ ธอส. ยังไงก็ดีที่สุด ถูกที่สุด ให้สาขาเปิดข้อมูลให้ลูกค้าดูเลยว่าคำนวณออกมาทั้งหมด ค่าใช้จ่ายเราถูกกว่า”

กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวด้วยว่า การที่รัฐบาลมีมาตรต่ออายุการลดค่าโอน-ค่าจดจำนองไปอีก 1 ปี ถือว่าช่วยภาคอสังหาริมทรัพย์ได้มาก สะท้อนได้จากการทำธุรกรรมในช่วงวันสุดท้ายก่อนจะมีการต่ออายุมาตรการ มีลูกค้าเข้ามาทำธุรกรรมถึงกว่า 3,000 ล้านรายการ จากปกติจะอยู่แค่กว่า 1,000 รายการ และ ต้องเปิดสาขาถึง 3-4 ทุ่ม เพื่อดูแลลูกค้า

“การต่ออายุอีก 1 ปี จะช่วยทำให้ภาคที่อยู่อาศัย ไม่ซบเซา ซึ่งตอนนี้ภาคอสังหาฯ พ้นจากจุดต่ำสุดแล้ว แต่การฟื้นตัวยังเปราะบาง”

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚