ศุลกากร ยึดขาไก่แช่แข็งมูลค่า 4.8 ล้าน เตรียมส่งออกจีน สำแดงเท็จเป็นข้าวเหนียวมะม่วง
กรมศุลกากร ยึดขาไก่แช่แข็งมูลค่า 4.8 ล้าน เตรียมส่งออกจีน สำแดงเท็จเป็นข้าวเหนียวมะม่วง ชี้หากลักลอบได้ ไทยอาจถูกระงับการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากประเทศคู่ค้า
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (27 ก.ค.) กรมศุลกากร โดยสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ร่วมกับด่านกักกันสัตว์ชลบุรี ตัวแทนท่าเทียบเรือและตัวแทนผู้ส่งออก ตรวจสอบตู้สินค้าส่งออกต้องสงสัย จำนวน 2 ตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งมีปลายทางไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ ท่าเรือแหลมฉบัง
โดยผู้ส่งออกได้สำแดงรายการสินค้าในใบขนสินค้าขาออกทั้ง 2 ฉบับ ว่าเป็นข้าวเหนียวมะม่วง รวมจำนวน 4,250 กล่อง (Carton) น้ำหนักรวม 51,000 กิโลกรัม ผลการตรวจสอบพบว่า ไม่ปรากฏสินค้าตามที่สำแดงไว้ แต่พบว่าเป็นขาไก่แช่แข็ง น้ำหนักรวม 51,000 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าของกลางทั้งสิ้น 4,827,265 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจยึดสินค้าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวถือเป็น การพยายามส่งออกซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 202 มาตรา 244 และมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบกับมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558
นายพันธ์ทอง กล่าวว่า หากสินค้านี้สามารถส่งออกนอกราชอาณาจักรไปได้ จะทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่นจากนานาชาติ เนื่องจากขาไก่เป็นสินค้าที่ต้องได้รับใบอนุญาตทั้งต้นทางและปลายทาง เพราะมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรคระบาด เช่น ไข้หวัดนก (Avian Influenza) หรือเชื้อแบคทีเรียรุนแรง และไทยอาจถูกระงับการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากประเทศคู่ค้า ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อมูลค่าการส่งออกของประเทศ
ทางกรมศุลกากรให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวมาเป็นอันดับต้นๆ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการลักลอบส่งออกสินค้าที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และรักษามาตรฐานการส่งออกของประเทศไทย ตลอดจนป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบการค้าระหว่างประเทศและมาตรการด้านสุขอนามัยของประเทศคู่ค้า
อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรให้ความสำคัญกับการรักษากลไกทางการตลาดเกี่ยวกับสินค้าเกษตรทั้งการนำเข้าและส่งออก เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการที่สุจริตอย่างเป็นธรรม พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวสู่ระดับสากล และปกป้องสังคมในเวลาเดียวกัน กรมศุลกากรจึงให้ความสำคัญกับทุกมิติของการนำเข้าและส่งออก
โดยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าทุกประเภทผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูล (e-Matching / Scanning Sharing) เพื่อวิเคราะห์รายละเอียดเบื้องต้น ควบคู่กับการใช้ระบบบริหารความเสี่ยง (Risk Management) คัดเลือกตู้สินค้าที่มีความเสี่ยงสูงหรือน่าสงสัยเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบด้วยระบบเอกซเรย์ ซึ่งช่วยตรวจสอบสิ่งของภายในตู้สินค้าโดยไม่ต้องเปิดตู้ เพิ่มความรวดเร็วและความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

