ทำความรู้จัก “ชาคริต สกุลกริช” เศรษฐีไทยที่ติดอันดับ 6 คนรวย UK
เปิดประวัติมหาเศรษฐีคริปโตสัญชาติไทย “ชาคริต สกุลกริช” หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ คริสโตเฟอร์ ฮาร์บอร์น ท่อน้ำเลี้ยงใหญ่ของนักการเมืองอังกฤษคนสำคัญ ติดลิสต์ Top 10 เศรษฐี UK 2026
แหล่งข่าว THE TIMES เผยการจัดอันดับ Sunday Times Rich List 2026 ของอังกฤษปีนี้มีชื่อที่สร้างความสนใจในวงการการเงินโลกอย่าง คริสโตเฟอร์ ฮาร์บอร์น (Christopher Harborne) หรือ “ชาคริต สกุลกริช” นักธุรกิจเชื้อสายอังกฤษที่พำนักในประเทศไทยมานานกว่า 30 ปี จนภายหลังได้รับสัญชาติไทยทรัพย์สินของเขาถูกประเมินอยู่ที่ราว 18,200 ล้านปอนด์ เป็นมูลค่าเงินไทยราว 8 แสนล้านบาท เขาจึงขึ้นมาอยู่ในลำดับที่ 6 ของเศรษฐีสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการ
ความน่าสนใจของ คริสโตเฟอร์ ไม่ได้อยู่แค่การเป็น “เศรษฐีในไทย” ที่ติดอันดับมหาเศรษฐีอังกฤษ แต่ยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของโลกการเงินยุคใหม่ เมื่อความมั่งคั่งระดับโลกไม่ได้มาจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมอีกต่อไป หากเชื่อมโยงกับธุรกิจ stablecoin และโครงสร้างการเงินดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน
จากอดีตที่ปรึกษา McKinsey สู่มหาเศรษฐี Stablecoin
เบื้องหลังความมั่งคั่งดังกล่าวของ คริสโตเฟอร์ ไม่ได้มาจากธุรกิจอุตสาหกรรมดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับโลกการเงินดิจิทัล การบิน พลังงาน และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
เขาสำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมและคณิตศาสตร์จาก University of Cambridge ก่อนศึกษาต่อ MBA ที่ INSEAD และเริ่มต้นอาชีพแรกกับ McKinsey & Company บริษัทที่ปรึกษาระดับโลก ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญด้านกลยุทธ์ธุรกิจและการลงทุนของเขาในอนาคตต่อมา
ข้อมูลอ้างอิงจากสื่อ The Guardian ในปี 1996 เขาย้ายมาพำนักในประเทศไทยเพื่อบริหารธุรกิจวิจัยตลาด ก่อนเริ่มสร้างเครือธุรกิจของตนเองในเอเชีย
หนึ่งในธุรกิจสำคัญคือ AML Global บริษัทนายหน้าซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ซึ่งดำเนินงานในสนามบินกว่า 1,200 แห่งทั่วโลก และเคยมีสัญญากับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ขณะที่อีกบริษัทอย่าง Sherriff Global Group ก็ดำเนินธุรกิจบริหารและซื้อขายเครื่องบินส่วนตัว
อย่างไรก็ตาม แหล่งความมั่งคั่งสำคัญของคริสโตเฟอร์ มาจากการลงทุนในอุตสาหกรรมคริปโต โดยเฉพาะการถือหุ้นใน Tether ผู้ออกเหรียญ USDT ซึ่งเป็น stablecoin ที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดของโลก
คริสโตเฟอร์ถือเป็นนักลงทุนคริปโตรุ่นบุกเบิก โดยเริ่มซื้อ Bitcoin ตั้งแต่ปี 2011 และ Ethereum ตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งเขาเคยระบุว่า การลงทุนใน Ethereum ยุคแรกเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้มูลค่าทรัพย์สินเติบโตอย่างก้าวกระโดด
นอกจากโลกการเงินดิจิทัลแล้ว เขายังลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีป้องกันประเทศผ่านการถือหุ้นรายใหญ่ใน QinetiQ บริษัทพัฒนาเทคโนโลยีทางทหารของอังกฤษ รวมถึงถือหุ้นในบริษัทระบบนำทางการบินอย่าง Innovative Solutions & Support (ISSC)
ในประเทศไทย เขายังเป็นเจ้าของ Kamalaya Wellness Sanctuary รีสอร์ตสุขภาพระดับลักซ์ชูบนเกาะสมุย และมีการลงทุนในธุรกิจ fintech รวมถึง AI ผ่านบริษัท IFX Payments และ Singular AI Consulting
ไทย “ฐานพำนักลงทุนโลก” – คริปโตโยงการเมือง
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ คริสโตเฟอร์ใช้ชีวิตในไทยมาเป็นเวลานาน สะท้อนว่าไทยกำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายของกลุ่มนักลงทุนระดับโลกมากขึ้น ปัจจัยทางด้านค่าครองชีพ คุณภาพชีวิต ความเป็นส่วนตัว และต้นทุนทางภาษีที่แข่งขันได้ ทำให้ถูกมองเป็น “quiet wealth hub” ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกับกระแส remote finance และ digital wealth ที่ทำให้นักลงทุนระดับโลกไม่จำเป็นต้องอยู่ในศูนย์กลางการเงินดั้งเดิมอย่างลอนดอน นิวยอร์ก หรือฮ่องกงอีกต่อไป
คริสโตเฟอร์ ยังเป็นที่รู้จักในฐานะผู้บริจาคเงินรายใหญ่ให้กับผู้นำพรรค Reform UK และเป็น ส.ส. เขต แคล็กตัน (Clacton) อย่างไนเจล แฟราจ (Nigel Farage)
นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่า อุตสาหกรรมคริปโตเริ่มมีอิทธิพลทางการเมืองเพิ่มขึ้น คล้ายกับที่อุตสาหกรรมการเงินและเทคโนโลยีเคยมีในอดีต การเกิดขึ้นของมหาเศรษฐีจาก stablecoin อาจไม่ใช่แค่เรื่องความมั่งคั่ง แต่กำลังหมายถึง “อำนาจต่อรองรูปแบบใหม่” ในระบบเศรษฐกิจและการเมืองโลก

