148 วัน เควิน วอร์ช AI พลิกโฉมการเงินโลก บนเวที IMF
“เควิน วอร์ช” ประธานเฟด กล่าวในงานเสวนาเน้นประเด็นแนวโน้ม AI เปลี่ยนการใช้นโยบายการเงินอย่างสิ้นเชิง โลกกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่จากเงินเฟ้อและแบ่งปันประสบการณ์ทำงานในฐานะผู้นำเฟดใน 148 วันแรกที่ประสบการณ์ในอดีตมีค่า เรียนรู้จากผู้นำรุ่นเก่า พร้อมย้ำหลักการคิดนอกกรอบนำไปสู่การปฏิรูปเฟดและไม่ส่งสัญญาณดอกเบี้ยล่วงหน้าที่มากเกินไป
เมื่อเวลา 10.30 น. ห้วงการประชุม IMF-World Bank คริสตาลินา กอร์เกียวา MD IMF เปิดวงเสวนาแบบเป็นกันเองกับเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเดินทางมาประชุมสองวันในระหว่างวันที่ 15-16 ตุลาคม
วอร์ชแบ่งปันบทเรียนจากอดีตและมุมมองการบริหาร ช่วงประสบการณ์ช่วงวิกฤตการเงินโลก ซึ่งเคยเป็นผู้ว่าการเฟดที่อายุน้อยที่สุดด้วยวัย 35 ปี ในช่วงวิกฤตการเงิน ประสบการณ์ดังกล่าวสร้างรอยแผลเป็นให้เขา แม้จะเป็นอดีตที่ยากลำบาก แต่ทำให้เขาระมัดระวังและมีความรอบคอบและเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตเสมอ
ไม่ส่งสัญญาณดอกเบี้ยล่วงหน้า
วอร์ชย้ำถึงการตัดสินใจโดยมองออกนอกหน้าต่างว่า นโยบายการเงินต้องไม่ยึดติดกับข้อมูลในอดีต หรือการคาดการณ์อนาคตที่ไกลเกินไป แต่ต้องประเมินสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอย่างใกล้ชิด
ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกยังคงมีความยืดหยุ่น แต่มีความเหลื่อมล้ำสูง โดยสหรัฐได้รับแรงขับเคลื่อนจากการลงทุน ขณะที่บางภูมิภาคได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงคราม
ปัญหาเงินเฟ้อ เงินเฟ้อยังคงเป็นความท้าทายหลักทั่วโลก โดยเฟดได้ผ่อนคลายนโยบายการเงินไปแล้วเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา และพร้อมปรับทิศทางตามข้อมูลจริง โดยไม่ส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยล่วงหน้าในการประชุมที่เหลือในปีนี้ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 27-28 ตุลาคม และวันที่ 8-9 ธันวาคมนี้
ประเด็นบทบาทของนโยบายการเงินต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ เขาปฏิเสธแนวคิดเรื่องภาวะเศรษฐกิจซบเซาเรื้อรัง โดยมองว่านโยบายเศรษฐกิจที่ดีทั้งระดับมหภาคและจุลภาคสามารถกระตุ้นการลงทุนอย่างมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยันจุดยืนกล้าปฏิรูปเฟด คิดนอกกรอบ
กอร์เกียวาชวนคุยถึงบทเรียนจาก 148 วันแรกในการทำงานในฐานะประธานเฟด เควิน วอร์ช กล่าวว่า ประสบการณ์เดิมช่วยได้มาก เนื่องจากการเคยทำงานในเฟดมาก่อน 5 ปีครึ่ง ช่วยให้กล้าทดลองและผลักดันไอเดียใหม่ ๆ ในองค์กรเฟดขนาด 23,000 คนได้อย่างมั่นใจ และรู้สึกประทับใจที่องค์กรยังคงเต็มไปด้วยบุคลากรความรู้และประสบการณ์ระดับท็อป ที่มีความมุ่งมั่นสูงที่จะทำให้ภารกิจเฟดบรรลุเป้าหมาย
วอร์ชยังยืนยันจุดยืนในการปฏิรูปเฟด ระบุว่า แต่เฟดยังมีจุดที่ต้องปรับปรุง ยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาเน้นความสนใจกับนโยบายการเงินมากเกินไป ขณะที่ยังมีบุคลากรอีกถึง 75% ทำงานในด้านอื่น เช่น การกำกับดูแล ระบบชำระเงิน จึงตั้งใจว่าใน 100 วันข้างหน้าจะให้ความสำคัญกับงานทุกส่วนอย่างเท่าเทียม เพราะความผิดพลาดในจุดใดจุดหนึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของเฟดได้ทั้งหมด
เรียนรู้จากอดีตประธานเฟด
ผู้นำเฟดในอดีต เช่น พอล เอ. โวล์เกอร์ อลัน กรีนสแปน เบน เอส. เบอร์นานเก ต่างเผชิญกับความท้าทายที่แตกต่างกันในแต่ละยุคสมัย และสามารถนำพาองค์กรผ่านพ้นมาได้ด้วยการกล้าปฏิรูปและคิดนอกกรอบ
ตนไม่ได้อยู่ใน “ธุรกิจมรดก” ไม่จำเป็นต้องทำตามหรือสืบทอดกันมา เป้าหมายไม่ใช่การสร้างชื่อเสียงให้ตนเอง แต่เป็นการทำนโยบายให้ถูกต้องและสอดรับกับความเป็นจริง และต้องตั้งคำถามกับความเป็นจริง โลกปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าในอดีตมาก คำว่า “ทำแบบนี้เพราะทำตาม ๆ กันมา” ไม่เพียงพออีกต่อไป เฟดต้องพร้อมปรับตัวและมองสิ่งที่เกิดขึ้นจริงตรงหน้าเสมอ
AI เปลี่ยนการใช้นโยบายการเงินสิ้นเชิง
ประธานเฟดกล่าวถึงผลกระทบจาก AI ในด้านอุปสงค์และอุปทาน แบ่งเป็นในระยะสั้น AI ส่งผลต่ออุปสงค์รวมเพิ่มขึ้นจากการลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยี และในระยะยาว AI เป็นช็อกฝั่งอุปทานเชิงบวกที่จะช่วยเพิ่มผลิตภาพและสร้างความมั่งคั่งให้เศรษฐกิจโลก
ประการที่สอง AI เปลี่ยนการบริหารจัดการนโยบายการเงินของธนาคารกลางอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือสำหรับการพัฒนานโยบายการเงินด้วย AI นับเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับธนาคารกลาง ซึ่งจะสามารถประมวลผลข้อมูลมหาศาลได้แม่นยำยิ่งขึ้น ช่วยลดปัจจัยรบกวนอย่างเช่นขยะทางสถิติจากข้อมูลในอดีตจากทั่วทุกมุมโลก และเพิ่มความมั่นใจในการวิเคราะห์แนวโน้มเงินเฟ้อ
เราได้รับข้อมูลบางส่วนจากสถิติอย่างเป็นทางการในสหรัฐ เช่น สำนักงานสถิติแรงงาน หรือสำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจ (Bureau) ในอดีตเราเคี่ยวกรำข้อมูลอย่างหนักด้วยโมเดลแบบเก่าเพื่อค้นหาแนวโน้มเงินเฟ้อที่แท้จริง แต่ในอีกไม่นานการทำเช่นนั้นจะไม่ใช่เรื่องยากลำบากอีกต่อไป ธนาคารกลางจะสามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดในโลกได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส และเราจะสามารถใช้เครื่องมือวิเคราะห์รูปแบบใหม่ ๆ มาช่วยคัดกรองข้อมูล
“ดังนั้น เมื่อเราได้รับข้อมูลใหม่เราจะมีความมั่นใจมากขึ้นอย่างมากในสิ่งที่ข้อมูลนั้นกำลังบอกเรา ในขณะที่เรามองออกไปภายนอกแล้วตั้งคำถามว่า สิ่งนี้คือของจริง หรือเป็นเพียงความล่าช้าของข้อมูลที่ผันผวน ซึ่งเกิดจากการคลาดเคลื่อนในการวัดกันแน่ ผมจึงคิดว่าสิ่งนี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการดำเนินนโยบายทางการเงินไปอย่างสิ้นเชิง” วอร์ชกล่าว
ประการที่สาม ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและผลผลิต แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าจะส่งผลต่อการจ้างงานอย่างไรในอีก 12-18 เดือนข้างหน้า แต่ผู้พูดเชื่อมั่นว่า ประเทศหรือเศรษฐกิจที่นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้อย่างเหมาะสมจะมีความสามารถในการผลิตสูงขึ้น และสร้างความมั่งคั่งได้มากขึ้นอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ดี ช่วงเปลี่ยนผ่านของ AI จะมีความผันผวน ทั้งด้านโครงสร้างตลาด การจ้างงาน และผลตอบแทนจากการลงทุน เฟดจึงได้จัดตั้งคณะทำงานพิเศษ ด้านผลิตภาพและการจ้างงาน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและสร้างความรู้เชิงนโยบายแก่สาธารณะ
ด้านเสถียรภาพทางการเงินและความเสี่ยง เฟดไม่ได้มีหน้าที่เข้าไปกำหนดว่าใครจะชนะหรือแพ้ในตลาดเทคโนโลยี แต่มีหน้าที่เฝ้าระวังความเสี่ยงในกรณีเลวร้ายที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน การจ้างงาน และเป้าหมายเงินเฟ้อ
“นวัตกรรมที่จะเปลี่ยนอนาคต เชื่อว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า เมื่อมองย้อนกลับมา นวัตกรรมชิ้นนี้จะถูกจดจำในฐานะการเปลี่ยนแปลงที่มีบทบาทสำคัญและส่งผลกระทบอย่างยิ่งใหญ่ต่อโลก” วอร์ชกล่าว
ทั่วโลกเผชิญความท้าทายเงินเฟ้อ
ประธานเฟดคนปัจจุบันกล่าวถึงมุมมองต่อเศรษฐกิจและเวทีโลก โดยเฉพาะการประชุมผู้นำเศรษฐกิจ G20 ที่สหรัฐเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในเดือนธันวาคมนี้และการประชุม IMF ครั้งนี้
ระบุถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ เศรษฐกิจสหรัฐมีแรงส่งที่ดีจากการลงทุนที่ขยายตัว ซึ่งไม่ใช่แค่การลงทุนเกี่ยวกับ AI ขณะเดียวกันเศรษฐกิจหลายประเทศทั่วโลกก็มีความยืดหยุ่นและรับมือกับความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ดีเกินคาด
หนึ่งในสองภารกิจหลักของเฟดคือเสถียรภาพด้านราคา ขณะนี้โลกเผชิญความท้าทายเรื่องเงินเฟ้อร่วมกัน เงินเฟ้อเป็นปัญหาร่วมกันของหลายประเทศ ธนาคารกลางต่าง ๆ มีความมุ่งมั่นร่วมกันในการสร้างเสถียรภาพทางราคา แม้แต่ละประเทศจะใช้เครื่องมือและจังหวะเวลาที่แตกต่างกันตามบริบทของตนเอง
วอร์ชทิ้งท้าย โดยเน้นย้ำการปฏิรูป โดยให้ก้าวข้ามแบบจำลองเดิม ๆ ในช่วงเวลาที่โลกเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว การพึ่งพาเพียงแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์แบบเดิม ๆ หรือการอ้างอิงอดีตอาจไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องใช้กรอบความคิดที่ยืดหยุ่นและการเปิดรับไอเดียใหม่ ๆ เพื่อพานโยบายเศรษฐกิจก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

