เศรษฐกิจวูบ-ธุรกิจเข้มใช้เงิน ฉุดรายได้ดอกเบี้ย-ค่าฟีแบงก์

เศรษฐกิจวูบ-ธุรกิจเข้มใช้เงิน ฉุดรายได้ดอกเบี้ย-ค่าฟีแบงก์
ภาพประกอบข่าว

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินปี’69 เศรษฐกิจอ่อนแอ-พิษสงคราม ฉุดรายได้แบงก์ทั้ง “ค่าธรรมเนียม-ดอกเบี้ย” ติดลบ พร้อมแรงกดดันจากเทรนด์ดอกเบี้ยต่ำตลอดปี ภาคธุรกิจระวัง “ใช้จ่าย-ลงทุน” แบงก์ชาติเตรียมประกาศโครงสร้างค่าธรรมเนียมใหม่ มีผลก.ค.นี้

รายได้ดอกเบี้ยโตติดลบ 2 ปี

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมรายได้ของระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ ทั้งในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และรายได้ค่าธรรมเนียมมีแรงกดดันตลอดทั้งปีนี้ ปัจจัยหลักมาจากผลเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ความไม่แน่นอนในประเด็นสงครามตะวันออกกลาง และทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายในประเทศ

โดยปี 2569 จะเป็นอีกปีที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิหดตัวติดลบเป็นปีที่ 2 จากปี 2568 มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 5.92 แสนล้านบาท หดตัว -9.2% จากปีก่อนหน้า และคาดว่าปี 2569 จะลดลงมาอยู่ที่ 5.81 แสนล้านบาท หรือหดตัว -2%

ส่วนหนึ่งมาจากแนวโน้มดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่องทั้งปี และคาดว่ากรณีพื้นฐาน (Baseline) คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.00% ต่อปี เพราะมีความกังวลด้านเงินเฟ้อ ทำให้ปรับดอกเบี้ยขึ้นไม่ได้ และลดดอกเบี้ยลำบาก โดยจะเห็นดอกเบี้ยต่ำลากยาว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้กระทบกับการปล่อยสินเชื่อ แม้ว่าตั้งแต่ปลายปี-ปัจจุบัน (YTD) จะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ภาพไม่ได้ต่อเนื่อง เพราะสงครามตะวันออกกลางยังไม่จบ รวมถึงเบิกใช้สินเชื่อช่วงไตรมาส 4/68 และไตรมาส 1/69 หายไป เนื่องจากภาคธุรกิจระมัดระวังการใช้จ่ายและการลงทุน

ศก.ทุบค่าฟีแบงก์ร่วง

ดร.กาญจนากล่าวว่า ขณะที่ “รายได้ค่าธรรมเนียม” ของแบงก์ก็อยู่ในทิศทางชะลอตัวเช่นกัน โดยมีโอกาสรายได้ค่าธรรมเนียมของระบบธนาคารในปี 2569 จะติดลบ 2-3% โดยปรับลดลงจาก 1.9 แสนล้านในปี 2568 ลดลงมาอยู่ที่ 1.85 แสนล้านบาท ทำให้ธนาคารต้องปรับกลยุทธ์เชิงรุกในการดึงดูดลูกค้า และเพิ่มฐานลูกค้ามากขึ้น โดยเสนอผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ รวมถึงการลดต้นทุน ปรับลดค่าใช้จ่าย ทั้งด้านสาขาและพนักงานเพิ่มเติม ทำให้การประคองรายได้ยังเป็นโจทย์ที่ท้าทายของธนาคารในปีนี้

โดยช่วงที่ผ่านมา ธนาคารต่าง ๆ หารายได้ทดแทนธุรกรรม “การโอน” ที่หายไปก่อนหน้านี้ และปีนี้เจอแรงกดดันจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมธนาคารให้ลดลงประมาณ 15 รายการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็น ต้องดูว่าเกณฑ์สุดท้ายเป็นอย่างไร โดย ธปท.มีแผนประกาศบังคับในช่วงครึ่งหลังปีนี้

อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะไม่มีเกณฑ์การกำกับค่าธรรมเนียมใหม่ แต่จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลต่อเศรษฐกิจและการลงทุน โดยประเมินว่าหลังจากนี้ค่าธรรมเนียมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะชะลอลง รวมถึงค่าธรรมเนียมที่ปรึกษา-นายหน้า การออกพันธบัตร หรือธุรกรรมการออกหนังสือค้ำประกันต่าง ๆ จะถูกกระทบ ดังนั้นโอกาสที่ตัวเลขรายได้ค่าธรรมเนียมปีนี้จะออกมาสวยงามค่อนข้างยาก

ล่าสุด นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การปรับลดค่าธรรมเนียมแบงก์ 15 รายการ หลังจากฟังความเห็นไปแล้ว คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในเดือน ก.ค. แต่ค่าธรรมเนียมบางรายการอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับระบบ 2-3 เดือน ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าธรรมเนียมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ต่อเนื่องหลังจากนี้

แบงก์เสริมโปรดักต์รับมือ

นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารในปี 2569 สอดคล้องและเป็นไปตามวัฏจักรดอกเบี้ยนโยบาย โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ทยอยปรับลดดอกเบี้ย และถึงจุดเทรนด์ดอกเบี้ยจะเป็นขาลง อย่างไรก็ดี ภายหลังจากเกิดสงครามตะวันออกกลาง ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ ธปท.ไม่สามารถปรับดอกเบี้ยลงได้ จึงคาดว่าจะเห็นดอกเบี้ยทรงตัวในระดับนี้ไปอีกสักระยะหนึ่ง

ทั้งนี้ ภายใต้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง ซึ่งมีผลต่อรายได้ดอกเบี้ยของธนาคาร ทำให้ธนาคารต้องบริหารจัดการเพื่อประคองรายได้ดังกล่าว แต่เชื่อว่าความต้องการสินเชื่อยังมีอยู่ในระดับหนึ่ง ประกอบกับธนาคารจะต้องหาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์สินเชื่อและผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดรายได้ค่าธรรมเนียมด้านต่าง ๆ เช่น การลงทุน ที่ปรึกษา เป็นต้น โดยใช้จุดที่เป็น Pain Point ของลูกค้า เข้ามาให้บริการมากขึ้น

พร้อมยอมรับว่า หาก ธปท.มีการปรับหลักเกณฑ์กำกับค่าธรรมเนียม ส่งผลให้ต้องปรับลดค่าธรรมเนียมย่อมมีผลกระทบรายได้แน่นอน แต่ไม่ได้เป็นสัดส่วนที่ใหญ่มาก เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมส่วนใหญ่เป็น Transaction Banking ซึ่งธนาคารจะต้องมีการบริหารจัดการต่อไป

“รายได้ดอกเบี้ยของแบงก์เป็นไปตามวัฏจักรดอกเบี้ยอยู่แล้ว ส่วนเรื่องเกณฑ์ของ ธปท. มีการพูดคุย ซึ่งค่าธรรมเนียมที่ลดลงส่วนใหญ่เพื่อช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอีรายเล็ก และ ธปท.เปิดกว้างในการแสดงความคิดเห็น และสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งท้ายที่สุดจะต้องดูเกณฑ์ที่จะออกมาเป็นอย่างไร แต่ธนาคารพร้อมปฏิบัติตาม และพร้อมกับการบริหารจัดการรายได้ของธนาคาร”

นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า การปรับค่าธรรมเนียมของ ธปท. ถือว่าเป็นการสร้างมาตรฐานของระบบสถาบันการเงิน เนื่องจากที่ผ่านมาจะเห็นว่าลูกค้ารายย่อยหรือเอสเอ็มอีรายเล็ก อาจจะมีอำนาจต่อรองค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับรายใหญ่ ธปท.จึงต้องการให้สถาบันการเงินเข้ามาช่วยปรับโครงสร้างตรงนี้ โดยสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และปรับให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

“ธนาคารทั้งระบบจะต้องมีการบริหารจัดการในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียม และมีการพิจารณาไปตามรายไอเท็ม ตามต้นทุน รวมถึงการปรับตัวในการหาแหล่งรายได้ใหม่ และบริการการลงทุนต่าง ๆ แต่เชื่อว่าจะเป็นการสร้างมาตรฐานให้ระบบ”

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚