TVH กำไรครึ่งแรกปี’69 โตแกร่ง 102% พอร์ตประกันภัยพุ่งกว่า 34%
TVH ประกาศผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 กำไรโตแข็งแกร่งกว่า 102% ผลการดำเนินงานการบริการประกันภัยเติบโตกว่า 34% ชี้ Motor ยังเป็น Core Business ขณะที่ Non-Motor เดินหน้าสู่ Growth Engine ใหม่ ครึ่งปีหลังเดินหน้าวางรากฐานการเติบโตระยะยาวด้วย Ecosystem และเทคโนโลยี AI
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH เปิดเผยว่า TVH รายงานผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี พ.ศ. 2569 โดยกลุ่มบริษัทมีผลการดำเนินงานการบริการประกันภัยเติบโตกว่า 34% ในขณะที่กำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 102% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความแข็งแกร่งจากการบริหารงานผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การขยายช่องทางจำหน่ายและการสร้างเครือข่ายพันธมิตร รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม
“ในครึ่งปีแรกมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายช่องทางและพันธมิตร รวมถึงการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าและคุณภาพการรับประกันภัยที่ดีขึ้นจากการใช้ข้อมูลช่วยตัดสินใจ สิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ลูกค้าลดความเสี่ยงได้จริง เพราะเมื่อลูกค้าปลอดภัยขึ้น ต้นทุนสินไหมก็บริหารได้ดีขึ้น และธุรกิจก็เติบโตอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน โดยกลุ่มประกันภัยรถยนต์ (Motor) ยังเป็นแกนหลักของประกันภัยไทยวิวัฒน์ ในขณะที่กลุ่มประกันภัย Non-Motor เป็น Growth Engine ที่สำคัญ”
ปรับเปลี่ยนสู่ Ecosystem Solution
โดย TVH เดินหน้าปรับรูปแบบการเข้าถึงลูกค้าของธุรกิจหลัก จากการพึ่งพาช่องทางประกันภัยแบบดั้งเดิม ทั้งตัวแทน นายหน้า และดีลเลอร์รถยนต์ สู่ Ecosystem Solution ที่เชื่อมต่อกับพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งค้าปลีก บริการทางการเงิน สื่อ เทคโนโลยีและโทรคมนาคม และแพลตฟอร์มออนไลน์ และต่อยอดช่องทางที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค เช่น Payment Gateway และแพลตฟอร์มท่องเที่ยว เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าใหม่และขยายฐานธุรกิจในระยะยาว
ครึ่งปีหลังส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ ต่อยอด New Growth Engine
นายจีรพันธ์ กล่าวว่า ครึ่งปีหลัง ประกันภัยไทยวิวัฒน์เดินหน้าขยายธุรกิจ Non-Motor ซึ่งมองว่าจะเป็น Growth Engine สำคัญในระยะถัดไป ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการสร้างฐานลูกค้าผ่าน Partnership Ecosystem เช่น การทำประชาสัมพันธ์ร่วมกับ ไทยรัฐกรุ๊ป ในการเจาะกลุ่ม Mass Market เพื่อแนะนำประกันมะเร็งและประกันอุบัติเหตุที่มีความคุ้มครองที่เข้าใจง่าย ชำระเบี้ยรายเดือน และทำธุรกรรมออนไลน์ได้ด้วยตนเอง
นอกจากนั้น บริษัทยังได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ TVI Homie Care ประกันอัคคีภัยบ้านที่ขยายความคุ้มครองสู่ความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน เช่น EV Charger และสัตว์เลี้ยง ตลอดจนประกันสุขภาพที่พัฒนาร่วมกับ TrueMoney เพื่อให้ลูกค้าเลือกระดับความคุ้มครองได้ตามงบประมาณ และขยายการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าดิจิทัลรายใหม่
ยกระดับ Customer Experience
ด้านการบริการประกันภัยไทยวิวัฒน์ เดินหน้าพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ พลัส เปิดตัว TVI Smart Delay ให้ลูกค้าสามารถใช้บริการห้องรับรองสนามบินทั่วโลกได้ฟรีทันที เมื่อเที่ยวบินล่าช้าเกิน 90 นาที สะท้อนแนวทางการพัฒนาประกันภัยให้เชื่อมโยงกับ Lifestyle และสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าในทุกช่วงเวลาของลูกค้า
กลุ่ม Motor ยกระดับการให้บริการ
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัว Crash Detection เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่เมื่อเกิดอุบัติเหตุแบบเรียลไทม์ พร้อมยกระดับมาตรฐานของอู่ซ่อมผ่านโครงการ Thaivivat Guarantee และจัดตั้งศูนย์ Quality Control Center เพื่อควบคุมคุณภาพการซ่อมและมาตรฐานอะไหล่ รวมถึงการเพิ่มบริการรถใช้ระหว่างซ่อม เพื่อยกระดับประสบการณ์การดูแลลูกค้าหลังเกิดเหตุ
ยกระดับธุรกิจประกันภัยแบบ End-to-End ด้วย AI Technology
อีกหนึ่งการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ TVH ผลักดันผ่าน TVI คือการนำ AI มาใช้ยกระดับกระบวนการประกันภัยแบบ End-to-End ตั้งแต่การรับประกันภัย การเคลม ไปจนถึงการซ่อม โดยมีทั้ง MARS Inspect ระบบ AI ตรวจสภาพรถก่อนรับประกันภัย, Claim Generate ที่วิเคราะห์ภาพความเสียหาย ประเมินค่าสินไหม และสร้างใบเคลมได้อัตโนมัติ และ MARS Garage ที่ช่วยอู่ประเมินความเสียหาย ลดขั้นตอนเอกสารและเพิ่มความรวดเร็วในการอนุมัติซ่อม สะท้อนการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่นำไปใช้งานจริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการดำเนินงาน ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน พร้อมวางรากฐานสำคัญสู่การเป็นผู้นำด้าน InsurTech ของไทย
“เศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของราคาพลังงาน ภาวะเงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนของการค้าโลก ซึ่งอาจกระทบกำลังซื้อและเบี้ยประกันภัยใหม่ในบางผลิตภัณฑ์ ในขณะที่ต้นทุนการเคลมอาจถูกกดดันจากเงินเฟ้อ ทั้งค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล และค่าซ่อมแซมทรัพย์สิน การลงทุนใน AI Ecosystem จึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือเครื่องมือที่ช่วยเราควบคุมต้นทุน เร่งความเร็วในการบริการ และต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ดียิ่งขึ้น ควบคู่กับการขยายช่องทาง การเข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น”


