ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิด 5 ปัจจัยท้าทาย SET จับตาดอกเบี้ยเฟด-IPO หุ้นบิ๊กเทคฯ
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยหุ้นไทยเดือน พ.ค. ปรับตัวขึ้น 5% รับแรงหนุน “ราคาน้ำมันดิบลดลง-สงครามผ่อนคลาย-เทรนด์ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” รับแนวโน้มข้างหน้า SET เผชิญ 5 ปัจจัยท้าทาย จับตา “สงคราม-ดอกเบี้ยเฟด-IPO หุ้นบิ๊กเทคฯ-ภาษีทรัมป์-การกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ”
ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือน พ .ค. 2569 SET Index ปิดที่ 1,568.37 จุด สูงสุดในรอบ 2 ปี 9 เดือน โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% จากเดือนก่อนหน้า และ 24.5% จากสิ้นปี 2568 สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาค ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับตลาดหุ้นเริ่มคลายความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงกระแสการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นโลก
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเงินเฟ้อและนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดการเงินโลก
“แนวโน้มข้างหน้าตลาดหุ้นไทยยังมีความท้าทายอยู่ แต่ตลาดหุ้นไทยก็มีจุดแข็งหลายเรื่องที่เป็นภูมิคุ้มกันอยู่ ซึ่งมี 5 T ที่ต้องติดตาม”
สำหรับ 5T ประกอบด้วย 1.Tehran หรือสถานการณ์สงครามในอิหร่าน, 2.Trump Tarriff ที่จะเริ่มกลับเข้ามาเป็นอีก 1 ปัจจัยที่ต้องพิจารณา 3.Tech ที่ต้องจับตาการ IPO เข้าตลาดหุ้นของ SpaceX, Anthropic และ OpenAI ว่านักลงทุนจะตอบรับ ยอมจ่าย 100 เท่าของรายได้หรือไม่
4.Treasury ซึ่งในความหมายนี้จะสื่อถึงอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะช่วงนี้ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (ยีลด์) สหรัฐปรับขึ้นมาก และ 5.Thai ช่วย Thai ในความหมายของภูมิคุ้มกัน กระสุนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
“ทั้งหมดนี้ยังเป็นความท้าทายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี อยากจะเล่าว่าจากที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ไปโรดโชว์พบนักลงทุนต่างประเทศ เขาสนใจหุ้น High Dividend ของเรา อย่างเช่น หุ้นแบงก์ก็น่าสนใจ แต่ก็ไม่แน่เสมอไป ถ้าเทียบกับ Treasury ที่ 5% ผมว่าจุดนี้จะเป็นจุดที่บี้กันอยู่ว่าจะออกมาทางไหน แต่ถ้าคนไม่มั่นใจ เรื่องฟองสบู่ AI ในภาวะที่ความท้าทายยังอยู่ ถ้าเรา Position ตัวเองได้ ก็เป็นจุดที่ทำให้เขาสนใจเรา ขณะเดียวกันถ้าสภาพคล่องถูกดูดออกไปสู่พวกหุ้น Tech ก็ต้องระมัดระวังเช่นกัน แต่ยังไม่เห็นผลกระทบ เดือน พ.ค.ฟันด์โฟลว์ยังเป็นบวก”
ดร.ศรพล กล่าวว่า ในภาวะที่ยังไม่ชัดเจนว่าอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเป็นอย่างไร ในแง่ฟันด์โฟลว์ก็คงมีแรงกระเพื่อมเข้า-ออกอยู่ต่อไป

