สศช.ชี้ไตรมาสแรกคนว่างงานพุ่ง เตือนระวังถูกลดชั่วโมงทำงาน-รายได้ไม่พอค่าครองชีพ

สศช.ชี้ไตรมาสแรกคนว่างงานพุ่ง เตือนระวังถูกลดชั่วโมงทำงาน-รายได้ไม่พอค่าครองชีพ
ภาพประกอบข่าว

สศช.เผยไตรมาส 1 ปี 2569 อัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.94% ขณะที่ผู้ว่างงาน 3.9 แสนคน เพิ่มขึ้น 9.9% มองแนวโน้มแรงงานอาจไม่ถูกเลิกจ้าง แต่เสี่ยงถูกลดชั่วโมงงานลง หวั่นกระทบรายได้ไม่พอค่าครองชีพ

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยในรายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 1 ปี 2569 ระบุว่าอัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.94% หรืออยู่ที่ 3.9 แสนคน เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4 ปี 2568 ที่อยู่ที่ 2.8 แสนคน หรือคิดเป็น 0.70% โดยผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 9.9% โดยในจำนวนนี้มีผู้ว่างงานระยะยาวเพิ่มขึ้น 8.7 หมื่นคน หรือเพิ่มขึ้น 27.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ สภาพัฒน์ พบว่าอัตราการว่างงานในระบบประกันสังคมเพิ่มขึ้น 2.00% จาก 1.78% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีผู้ที่ขอรับผลประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจำนวน 2.42 แสนคน ขณะที่ผู้เสมือนว่างงานเพิ่มขึ้น 4.4 ล้านคน คิดเป็น 3.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายดนุชาเปิดเผยว่า ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังในด้านแรงงาน มีทั้งสิ้น 3 ประเด็น ได้แก่

1.ผลกระทบจากความชัดแย้งในตะวันออกกลาง

นายดนุชากล่าวว่า ต้องให้ความสำคัญกับสาขาการขนส่ง สาขาการก่อสร้าง สาขาการผลิต และสาขาการท่องเที่ยว ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานและต้นทุนที่สูงขึ้น

“ทั้งนี้ ปัญหาที่จะเกิดคือแรงงานอาจไม่ได้ถูกเลิกจ้าง แต่จะลดชั่วโมงทำงานลง จะส่งผลต่อรายได้ โดยเฉพาะการลด OT ลง และจะทำให้ในช่วงถัดไปที่เงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น รายได้อาจไม่พอกับค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพในช่วงถัดไป” นายดนุชากล่าว

2.การว่างงานแฝงสูงขึ้นในปี 2567-2568

การว่างงานแฝง ปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ 2.2 แสนคน หรือ 17.8% จากปี 2567 โดยกว่า 65% จบระดับประถมหรือต่ำกว่าประถม และส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในภาคเกษตร ก่อสร้าง และการผลิต

“กลุ่มนี้รายได้จะไม่เท่ากับรายได้ภาพรวมที่แรงงานมีค่าจ้างเฉลี่ยประมาณ 1.6 หมื่นบาท ในขณะที่ผู้ว่างงานแฝงอยู่ที่ 6.7 พันบาท ดังนั้นกลุ่มผู้ว่างงานแฝงต้องเร่งหาอาชีพเสริม โดยเฉพาะแรงงานภาคเกษตรให้มีรายได้มากขึ้น” นายดนุชากล่าว

3.ความเสี่ยงต่อการจ้างงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

จากการที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าขยายตัวมากขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์สันดาปที่มีแนวโน้มลดลง โดยไม่ได้กระทบแค่แรงงานในโรงงานผลิต แต่รวมถึงซัพพลายเชนด้วย อาจจะต้องปรับหรือย้ายไปอยู่ในอุตสาหกรรมใหม่ในช่วงถัดไป

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚