เอกนิติ คอนเฟิร์ม ลงทะเบียนคนละครึ่ง-บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมกัน 25 พ.ค. นี้
‘เอกนิติ’ คอนเฟิร์ม ลงทะเบียนคนละครึ่ง-บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมกัน 25 พ.ค.นี้ เริ่มใช้เงินคนละ 4,000 บาท วันที่ 1 มิ.ย. 69 เตรียมลงทะเบียนบัตรคนจนใหม่ หวังช่วยกลุ่มตกหล่น
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จะเปิดลงทะเบียนคนละครึ่งและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมกัน 25 พ.ค. นี้ และเริ่มมีผลใช้ในวันที่ 1 มิ.ย. เป็นระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งรายละเอียดอยู่ระหว่างการพิจารณาจำนวนผู้ได้รับสิทธิ เนื่องจากจะรวมทั้ง 2 โครงการ คือโครงการคนละครึ่งที่เดิมแจก 20 ล้านสิทธิ และโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีผู้ได้รับสิทธิ 13.2 ล้านคน เป็นโครงการเดียวกัน ภายใต้ชื่อไทยช่วยไทยพลัส โดยจะให้มีการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ด้วย
สำหรับโครงการ คนละครึ่งพลัส คาดว่าจะให้มากกว่า 20 ล้านสิทธิ โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ โดยจะแจกเงินรวม 4 เดือน เดือนละ 1,000 บาท รวมเป็นเงิน 4,000 บาท แบ่งเป็นรัฐบาลจ่ายให้ 60% และผู้มีสิทธิร่วมจ่าย 40%
ขณะที่ในส่วนของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน ใน 2 เดือนแรกจะให้สิทธิกับผู้ได้รับสิทธิเดิม 13.2 ล้านคนก่อน โดยจะเพิ่มวงเงินเพื่อซื้ออุปโภคบริโภคจาก 300 บาทต่อเดือน อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน หลังจากนั้นเมื่อประมวลผลการลงทะเบียนรอบใหม่ ซึ่งอาจมีคนหลุดจากเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามเกณฑ์เดิม คือรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี ก็จะให้ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งแทน
ขณะเดียวกันการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ กลุ่มที่ตกหล่นจากการลงทะเบียนรอบก่อนหน้านี้ ก็จะได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐดังกล่าวใน 2 เดือนหลัง
“สาเหตุที่ออกแบบโครงการไทยช่วยไทยพลัส จ่ายเป็น 2 เดือน บวก 2 เดือน แบบต่อเนื่องกัน เพราะเราจะมีการเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ เนื่องจากคนที่ได้สิทธิเดิม 13.2 ล้านราย ลงทะเบียนล่าสุดผ่านมาหลายปีแล้ว หากผู้ลงทะเบียนใหม่ไม่ตรงกับเงื่อนไข บางคนมีรายได้เกินก็จะไปใช้สิทธิคนละครึ่งแทน ในขณะที่คนที่ตกหล่นคือรายได้ไม่ถึงก็จะได้สิทธิในรอบนี้แทน เพื่อคำนึงถึงการขาดโอกาสส่วนนี้” นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติกล่าวว่า การรวมโครงการทั้ง 2 โครงการเป็นโครงการไทยช่วยไทยพลัส เนื่องจากต้องการทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะรวมร้านค้าที่อยู่ในโครงการคนละครึ่งพลัสและร้านธงฟ้าที่มีจำนวน 1.45 ล้านร้าน ซึ่งผู้ได้รับสิทธิทั้ง 2 โครงการจะสามารถใช้ร้านค้าร่วมกันได้ทั้งหมด


