คลังตั้ง ‘อธิบดีสรรพากร’ ขัดตาทัพ-ลดแรงกระเพื่อม-ลุยคดีภาษี จับตา ก.ย.69 เขย่าลอตใหญ่
ในที่สุดกระทรวงการคลัง ก็เลือกเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่งตั้ง “คนใน” ขึ้นมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่แทน “ดร.กุลยา ตันติเตมิท”ที่ลาออกไป
โดยผู้ที่ได้รับการแต่งตั้ง ก็คือ “สมศักดิ์ อนันทวัฒน์” ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ก่อนหน้านี้ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งให้รักษาการในตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร เป็นลำดับที่ 1 (คำสั่งกระทรวงการคลังที่ 858/2569) ในช่วง “สุญญากาศ” หลังจากอธิบดีคนเก่าลาออกไปนั่นเอง
ทั้งนี้ “สมศักดิ์” เป็น “ลูกหม้อ” กรมสรรพากร ที่มีพื้นฐานครบ ทั้งด้านบัญชี กฎหมาย และการบริหารภาครัฐ จึงถูกมองว่า ตอบโจทย์การทำงานของกรมในหลายมิติ ทั้งด้านข้อกฎหมาย การตรวจสอบ การตีความภาษี ตลอดจนการบริหารองค์กรขนาดใหญ่
ที่สำคัญ “สมศักดิ์” มีจุดแข็งสำคัญ คือประสบการณ์ด้านงานตรวจสอบ จนถูกยกให้เป็น “มือตรวจสอบภาษีระดับอ๋อง”จากคนภายในกรมเลยทีเดียว
ซึ่งภารกิจหลักของกรมจัดเก็บรายได้โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี และขยายฐานภาษีท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงความท้าทายจากธุรกิจดิจิทัลและธุรกรรมข้ามพรมแดน ก็น่าจะตอบโจทย์ตรงนี้ได้
ที่สำคัญ ยังมีโจทย์ “คดีภาษี” ใหญ่ ๆ อย่างน้อย ๆ 1-2 คดีที่ต้องผลักดันด้วย รวมถึงการจัดการเรื่องที่กรมสรรพากรติดโผของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เกี่ยวกับการเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ด้วย
เหล่านี้ เป็นภารกิจ “Quick Big Win”ที่อธิบดีสรรพากรคนใหม่จะต้องเร่งดำเนินการภายในระยะเวลา 4 เดือนก่อนเกษียณอายุราชการ
อย่างไรก็ดี การแต่งตั้งรอบนี้ มุมมองบางส่วนก็มองว่า “พาสต์ชั้น” เพราะ “สมศักดิ์” จะได้เลื่อนตำแหน่งจากที่ปรึกษา ขึ้นเป็นอธิบดี ซึ่งที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีในหน่วยงานที่เป็น “กรม” ยกเว้นหน่วยงานเทียบเท่าที่เป็น “สำนักงาน” ที่เคยมีการแต่งตั้งลักษณะนี้มาแล้ว
นอกจากนี้ ด้วยความที่ “สมศักดิ์” เหลืออายุราชการอีกแค่ 4 เดือนเศษ โดยจะเกษียณในสิ้นเดือน ก.ย. 2569 นี้แล้ว จึงมองอีกนัยหนึ่งว่า เป็นการแต่งตั้งเพื่อ “ขัดตาทัพ” ไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมมากในช่วงนี้ เพราะหากจะขยับเขย่ากันมากกว่านี้ จะไม่เป็นอันทำการทำงานกัน
โดยเฉพาะช่วงนี้ รัฐบาลกำลังชุลมุนอยู่กับเรื่องพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท ที่ฝ่ายค้านมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอยู่ในขณะนี้
ส่วนการแต่งตั้งโยกย้าย “ลอตใหญ่” ของกระทรวงการคลัง แน่นอนว่า จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูโยกย้ายประจำปีประมาณเดือน ส.ค.-ก.ย. 2569 นี้ โดยใครจะขยับไปไหน ยังสามารถออกได้ทุกหน้า ส่วนหนึ่งก็เป็นการแต่งตั้งโยกย้ายเพื่อทดแทนตำแหน่งที่เกษียณอายุราชการ
ประกอบด้วย “อธิบดีกรมสรรพากร” ที่เพิ่มมาอีก 1 ตำแหน่ง เพราะ “สมศักดิ์” ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดี ก็จะเกษียณในเดือน ก.ย.นี้ ทำให้จากเดิมที่จะมีข้าราชการระดับอธิบดีที่เกษียณเพียง 3 ตำแหน่ง คือ นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์, นางสาวศุกร์ศิริ อภิญญานุวัฒน์ รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านทรัพย์สินและ นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เพิ่มเป็นเกษียณ 4 ตำแหน่ง
สำหรับตำแหน่ง “อธิบดีกรมสรรพากร” ก็มีแคนดิเดตหลายคน โดยชื่อที่ถูกกล่าวถึงก่อนหน้านี้ ทั้ง “วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ” ที่ปัจจุบันนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) “แพตริเซีย มงคลวนิช” อธิบดีกรมบัญชีกลาง ที่เป็นลูกหม้อกรมสรรพากร ตลอดจน “พรชัย ฐีระเวช” อธิบดีกรมสรรพสามิต ที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวสะพัดว่า มีโอกาสสูงที่จะได้โยกมานั่งเก้าอี้อธิบดีกรมสรรพากร แต่หลังจากนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้หมด
อย่างไรก็ตาม หากเป็น “พรชัย” โยกมานั่งอธิบดีกรมสรรพากร เก้าอี้อธิบดีกรมสรรพสามิตที่ว่างลง ก็มีชื่อแคนดิเดตผู้ที่จะไปดำรงตำแหน่งแทน ทั้ง “ธิบดี วัฒนกุล” ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ที่ในอดีตเคยดำรงที่ปรึกษาการจัดเก็บภาษี กรมสรรพสามิตมาก่อน และสมัยยังเป็นสรรพสามิตพื้นที่ โชว์ผลงานเก็บภาษีได้สูงสุดในกรมอีกด้วย รวมถึงมีชื่อ “ธีรลักษ์ แสงสนิท” รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายได้ เป็นอีกหนึ่งแคนดิเดตด้วย
ส่วนตำแหน่ง “อธิบดีกรมธนารักษ์” ที่ “อัครุตม์ สนธยานนท์” เกษียณ ชื่อที่มาแรง คือ “คณาวุฒิ สิติธีรพันธุ์” ที่ปัจจุบันเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง ซึ่งเป็นลูกหม้อกรมธนารักษ์ และเป็นที่ไว้วางใจของขุนคลังที่เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์มาก่อน นอกจากนี้ “ธีรลักษ์ แสงสนิท” รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายได้ ก็มีโอกาสขยับไปนั่งได้เช่นกัน
ทั้งหมดนี้ ต้องบอกว่าเป็นโผในเบื้องต้น ยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้สูง เพราะยังเหลือเวลาอีกหลายเดือน แต่ที่แน่ ๆ แรงกระเพื่อมที่เคยก่อตัวถูกสยบไป จากการตั้งอธิบดีกรมสรรพากร ซึ่งก็คงสงบไปได้อีก 1-2 เดือน พอถึงช่วง ส.ค.-ก.ย. ก็คงกลับมากระเพื่อมใหม่และอาจหนักกว่ารอบนี้ด้วย

