ครม.เคาะตัด 2 เกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เผยกลุ่มเปราะบางทุกฐานข้อมูลรวม 18.8 ล้านราย

ครม.เคาะตัด 2 เกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เผยกลุ่มเปราะบางทุกฐานข้อมูลรวม 18.8 ล้านราย
ภาพประกอบข่าว

ครม.เคาะปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐตัด 2 เงื่อนไข ลดหย่อนพ่อแม่-หนี้เกษตร พร้อมขยายสิทธิกลุ่มเปราะบางเชิงรุกทุกฐานข้อมูลรวม 18.8 ล้านราย เปิดอุทธรณ์ 17 ก.ค.-31 ก.ค.นี้ ยันมุ่งดูแลกลุ่มเปราะบางเดือดร้อนที่สุด

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่าคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการทบทวนหลักเกณฑ์และขยายสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อยกระดับการดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางให้แม่นยำและครอบคลุมสภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงผู้เดือดร้อน และกลุ่มเปราะบางตัวจริง

ทั้งนี้ รัฐบาลโดยคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ได้พิจารณาปรับเปลี่ยนเกณฑ์การคัดเลือก 2 ประเด็นหลัก เพื่อลดความกังวลและผลกระทบต่อประชาชน ตามข้อกังวลและรับฟังเสียงประชาชนที่นายกรัฐมนตรีได้รับ รวมทั้งข้อเสนอแนะของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แก่

  1. ยกเลิกเกณฑ์ที่ลูกใช้ชื่อบิดามารดา ไปลดหย่อนภาษี โดยจะไม่นำเกณฑ์นี้มาใช้ในการพิจารณาครั้งนี้
  2. ยกเลิกเกณฑ์ที่กำหนดไม่ให้เกษตรกรมีสินเชื่อภาคเกษตรเกินกว่า 1 แสนบาท เนื่องจากสินเชื่อชดเชยภัยพิบัติหรือเครื่องมือทำกินของภาคเกษตร อาจสูงกว่า 1 แสนบาท ได้เนื่องจากสินเชื่อประเภทนี้มีลักษณะพิเศษเพื่อการฟื้นฟูอาชีพและมักมีมูลค่าสูง ซึ่งหากนำมารวมอาจทำให้เกษตรกรที่เดือดร้อนจริงหลุดจากระบบการช่วยเหลือ

นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบในจำนวนผู้ที่ได้รับสำรวจเข้าเกณฑ์คัดกรองเพื่อรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 5.04 ล้านราย เนื่องจากรัฐบาลได้เปลี่ยนรูปแบบจากการรอให้ประชาชนมาลงทะเบียนฝ่ายเดียว เป็นการใช้แนวทางเชิงรุกในการสำรวจเป็นคร้้งแรก โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าหาผู้ป่วยติดเตียง คนชายขอบ และผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงสื่อดิจิทัลได้

ผลจากการลงพื้นที่พบประชาชนกลุ่มเปราะบางเพิ่มเติมอีกประมาณ 5.04 ล้านราย ส่งผลให้จำนวนผู้เข้าสู่ระบบการพิจารณาสิทธิในครั้งนี้มียอดรวมทั้งสิ้นประมาณ 18.8 ล้านราย

นายวินิจกล่าวต่อว่า หลังจาก ครม.เห็นชอบกระทรวงการคลังจะนำรายชื่อที่สำรวจทั้งหมดไปคัดเกณฑ์ตามเงื่อนไขที่ได้รับความเห็นชอบให้แล้วเสร็จ 16 ก.ค. และจะมีการแถลงข่าวจำนวนผูัที่ได้รับสิทธิในช่วง 18.00 น. และในวันที่ 17 กรกฎาคมจะประกาศผลผู้ที่ได้รับสิทธิอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เวลา 06.00 น.เป็นต้นไป

จากนั้นในวันที่ 17-31 กรกฎาคม จะเปิดให้อุทธรณ์ (ทบทวนสิทธิ) สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ โดยสามารถตรวจสอบเหตุผลและยื่นหลักฐานเพิ่มเติมได้ เช่น ข้อมูลรายได้จากกรมสรรพากร

ส่วนผู้ได้รับสิทธิกลุ่มเดิมเริ่มใช้วงเงินได้วันที่ 1 สิงหาคม ส่วนกลุ่มรายใหม่จะเริ่มใช้สิทธิได้ในวันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป

สำหรับช่องทางการตรวจสอบสิทธิมี 4 ช่องทางหลัก ได้แก่ เว็บไซต์ของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” แอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” และธนาคารรัฐ 5 แห่ง (ออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส., ธนาคารอิสลาม และธนาคารกรุงไทย) โดยใช้บัตรประชาชนสอบถามที่สาขา

เมื่อถามถึงจำนวนผู้รับสิทธิอาจมากกว่าจำนวนคนที่ ครม.เห็นชอบไว้ในตอนแรก นายวินิจกล่าวว่าการตั้งงบประมาณไว้ก่อนหน้านี้เป็นเพียงการคาดการณ์ตามตัวเลขเฉลี่ย แต่ในทางปฏิบัติจะให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกทุกคนอย่างเท่าเทียม

แม้จำนวนผู้ได้รับสิทธิอาจจะมากกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม โดยรัฐบาลยืนยันว่าจะบริหารจัดการงบประมาณเพื่อดูแลกลุ่มที่ลำบากที่สุดให้ครบถ้วนตามวัตถุประสงค์ของโครงการนี้

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚