คำต่อคำ ‘เอกนิติ’ ตอบ 3 ประเด็นร้อน ‘พ.ร.ก.กู้ 5 แสนล้าน-เพิ่มเพดานหนี้แตะ 75%-ขึ้น VAT’
“เอกนิติ” รองนายกฯ และ รมว.คลัง ไขข้อข้องใจปมรัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท พร้อมขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 70% เป็น 75% รวมถึงการปรับขึ้นภาษี VAT เผยถก “ปกรณ์” เรื่องออกกฎหมายวันนี้ (21 เม.ย.)
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงประเด็นร้อน เรื่องการเตรียมการออกพระราชกำหนดกู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อนำมาดูแลเศรษฐกิจ และการขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 70% เป็น 75% ของ GDP รวมถึงกระแสการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
คำถาม : มีข่าวว่าจะออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ?
เอกนิติ : วันนี้ (20 เม.ย.) เพิ่งกลับมา (จากไปร่วมประชุมประจำปีผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ) สิ่งที่เรียกทีมมาคุยวันนี้ คือ หนึ่ง มาพิจารณา เรื่องที่ผมไปหารือกับที่โน่นมา จากการคุยกับธนาคารโลก IMF และสถาบันจัดอันดับเครดิต ก็ได้คุยถึงเรื่องความจำเป็นว่าในช่วงนี้ที่ประเทศต่าง ๆ ถูกกระทบ เขามีวิธีการบริหารจัดการอย่างไร ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เขาบริหารจัดการ ที่ผมนำไปพูด
คือเรื่อง 4 T คือ “1.Target” ต้องช่วยเยียวยากลุ่มเปราะบาง ซึ่งสิ่งที่ได้รับการตอบรับสูงมาก นอกจากเรื่องเยียวยา คือ “2.Transition” การเปลี่ยนผ่าน “3.Transform” ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ และสุดท้าย “4.Together” คือต้องใช้ทรัพยากรทุกอย่าง ทั้งกู้เงิน ไม่กู้เงิน เช่น พูดถึงเรื่องการช่วยเหลือของภาคเอกชนอย่าง IMF ธนาคารโลก เขาก็เตียมเงินสำหรับประเทศที่ไม่สามารถกู้เองได้ เขาก็ทำตัวเลขให้ดูเลย ประเทศที่ไม่สามารถกู้เองได้ IMF ก็จะเข้าไปช่วย
ฉะนั้นในมุมนี้สิ่งที่ผมนำมาพิจารณาในวันนี้ เพราะได้มีโอกาสคุยกับสถาบันจัดอันดับเครดิต 3 แห่ง ซึ่งทุกคนไม่ได้ติดในเรื่องว่า จะกู้หรือไม่กู้ ที่สำคัญคือ กู้เอาไปทำอะไร ฉะนั้นวันนี้ที่ผมเรียกมาคุย ก็เอามาดูว่า ที่คุยกันอยู่ หนึ่ง คือ งบประมาณรายจ่าย ต้องตัดงบฯ ที่ไม่จำเป็นก่อน
โดยนโยบายที่ท่านนายกฯ ให้คือตัดงบฯที่ไม่จำเป็น งบฯดูแล งบฯเดินทาง งบฯพัฒนาจังหวัด งบฯก่อสร้างที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะที่จะก่อสร้างตึกใหม่อะไรทั้งหลาย วันนี้ต้องเอามาดูแลประชาชนก่อน เป็นสิ่งแรกที่ต้องทำ ผมก็มาดูว่างบฯ ปี 2570 จะตัดอะไรได้บ้าง เพื่อดูว่าเราจะเอาเงินเหล่านี้มาช่วยทำ 4 T นี้ได้อย่างไร ช่วยคน เอาประชาชนเป็นที่ตั้งก่อน
ส่วนเรื่องกู้ วันนี้ ก็ได้พิจารณา โดยเอาสิ่งที่ผมได้คุยกับเรตติ้งเอเจนซี่มาดู ว่าความจำเป็น ถ้าเราจะมาใช้ โจทย์ของเขาคือ เอามาใช้ทำอะไร ดังนั้นวันนี้ที่เรามาพิจารณาก็คือ 1.ช่วยกลุ่มเปราะบาง ซึ่งทุกคนเห็นด้วยหมด 2.สิ่งที่จะทำเพิ่มเติม คือ ทำเรื่อง Transition ส่วนถามว่าจะออกมาเป็น พ.ร.ก. หรือไม่ ผมกำลังให้ทีมดูเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญอยู่ วันที่ 21 เม.ย.นี้ คงได้หารือกับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีด้วย
คำถาม : เพดานเงินกู้ที่ปริ่มแล้ว จะขยายหรือไม่ ?
เอกนิติ : วันนี้ หนี้สาธารณะอยู่ที่ 66% ของ GDP เราเหลือพื้นที่อยู่ 4% ซึ่ง 1% ก็ประมาณ 2 แสนล้านบาท ดังนั้น 4% ก็ 8 แสนล้านบาท ก็คุยกันอยู่ว่าเราจำเป็นต้องขยายเพดานไหม ถ้าเรากู้ไม่ถึง 8 แสนล้านบาท ก็อาจจะยังไม่จำเป็น
คำถาม : แล้วของปี 2570 จะเป็นอย่างไร ?
เอกนิติ : ก็ต้องมาดูทั้งของปี 2569 และปี 2570 ด้วย ก็ต้องดูทั้งหมด แต่ว่าเรื่องเพดานไม่ได้สำคัญ ผมมองว่า ไปเทียบกับ IMF หลาย ๆ ประเทศ ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะ 66% ของ GDP ยุโรปประมาณกว่า 100% ของ GDP ประเทศเราเทียบกับในอาเซียน ของเราก็ไม่ได้สูงกว่าคนอื่น จริง ๆ IMF เขาดูหนี้ของรัฐบาลกลางเป็นหลัก แต่ของเรารวม Public รวมหนี้รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ รวม FIDF (กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน) ด้วย
คำถาม : รองนายกฯ พูดชัดเจนว่าจะออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ?
เอกนิติ : เดี๋ยววันที่ 21 เม.ย. ผมจะคุยกับท่านปกรณ์ เพราะวันนี้มันมีพัฒนาการใหม่ ผมต้องดูด้วย เรื่อง 5 แสนล้านบาทยังไม่ได้บอก ว่าจะต้องเป็นเท่าไหร่ รวมถึงเรื่องออก พ.ร.ก.ก็เหมือนกัน ต้องมาดูด้วยว่า เราจะมีเม็ดเงินเท่าไหร่ จากการปรับโอนงบฯ มาด้วย ผมให้ไปทำตัวเลข ดูที่จะตัดโอนงบฯ มาด้วย
คำถาม : จะสรุปได้เมื่อไหร่ เพราะมีข่าวแล้วว่าจะออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน ?
เอกนิติ : อันนี้เขาก็ต้องเตรียมตัวไว้ก่อน ในมุมความจำเป็นของกฎหมายก็ต้องเตรียมไว้ แต่ความจำเป็นต้องดู 2 เรื่อง ความจำเป็นของกฎหมาย กับความจำเป็นต้องใช้เงิน วันนี้ก็สรุปว่า เราต้องดูความสมดุล ทุกมิติ แต่การกู้หรือไม่กู้ ไม่สำคัญเท่ากับว่ากู้มาทำอะไร แล้วการกู้แบบมี strategy (กลยุทธ์)
ซึ่งผมให้นโยบายชัดเจนว่า ถ้าเราจะกู้มา เราต้องชัดเจนว่าจะกู้ไปทำอะไร เช่น กู้เอาไปดูแลกลุ่มเปราะบาง และ สองคือกู้มาทำเรื่อง Transition ก็คือช่วยคนให้เปลี่ยนผ่าน จากสิ่งที่เราพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเยอะมาก ก็ต้องเปลี่ยนผ่าน ซึ่งตรงนี้ได้รับการยอมรับมากจากการประชุมธนาคารโลก IMF
คำถาม : แล้ว VAT จะปรับขึ้นไหม ?
เอกนิติ : เดี๋ยวค่อยคุยกัน

