แบงก์คลิกซ์พอใจผลตอบรับดีเดย์เดือน ส.ค.เปิดตัวสินเชื่อ

แบงก์คลิกซ์พอใจผลตอบรับดีเดย์เดือน ส.ค.เปิดตัวสินเชื่อ
ภาพประกอบข่าว

ซีอีโอ CLICX พอใจลูกค้าตอบรับเปิดแบงก์-เงินฝากแคมเปญพิเศษ แย้มเฟสต่อไปเปิดตัว “สินเชื่อ” เดือน ส.ค. ฟาก “บล.กสิกรไทย” วิเคราะห์ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา 3 ราย ต้องแย่งกันชิงตลาด 35 ล้านราย คาดต้องใช้เวลา 5-10 ปีกว่าจะถึงจุดคุ้มทุน

นางสาวสุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ (CLICX) เปิดเผยว่า การเปิดบริการธนาคารคลิกซ์ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยเปิดให้ลูกค้าดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น “CLICX Bank” และเปิดบัญชีเงินฝาก “CLICX Save” ถือว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างเกินเป้าหมาย ทั้งในแง่ยอดดาวน์โหลดแอป และยอดเปิดบัญชีเงินฝาก แต่รายละเอียดตัวเลขที่ชัดเจนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้

“ผลตอบรับเกินความคาดหมายไปมาก ๆ”

ซีอีโอ CLICX กล่าวว่า หลังจากนี้ในช่วงเดือน ส.ค. ธนาคารจะเปิดตัวโปรดักต์สินเชื่อต่อไป

สำหรับในช่วงเริ่มต้นนี้ธนาคารได้นำเสนอเงินฝาก แคมเปญพิเศษ “CLICX Save Max 4%” พ็อกเกตเก็บเงินในบัญชี ซึ่งมอบอัตราดอกเบี้ยสูงสุดถึง 4.00% ต่อปี สำหรับเงินฝากยอด 20,000 บาทแรก นาน 3 เดือนนับจากวันที่เปิดพ็อกเกต ส่วนยอดเงินส่วนที่เกิน 20,000 บาทรับดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี

โดยเงินฝากดังกล่าวจะคำนวณดอกเบี้ยให้ทุกสิ้นวัน และจ่ายดอกเบี้ยเข้าบัญชีให้ทุก ๆ ต้นเดือนถัดไป ซึ่งจำกัดสิทธิเฉพาะ 100,000 พ็อกเกตแรกเท่านั้น ขณะที่ลูกค้า AIS จะได้รับโปรโมชั่นพิเศษ รับ AIS Points เพิ่ม 10 เท่า เมื่อชำระบิล หรือเติมเงิน AIS ผ่านแอปพลิเคชั่น CLICX หรือเลือกชำระผ่านธนาคาร CLICX บนแอปพลิเคชั่น myAIS จนถึงวันที่ 31 ส.ค. 2569 ทั้งนี้ จำกัดสิทธิรวมทั้งแคมเปญ 10 ล้านพอยต์

บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS วิเคราะห์ว่า หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อนุมัติใบอนุญาตธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) จำนวน 3 รายในปี 2568 โดย CLICX ซึ่งมี KTB, ADVANC และ OR เป็นผู้ถือหุ้น เป็นผู้ประกอบการรายแรกที่เปิดให้บริการ ขณะที่กลุ่มพันธมิตรที่นำโดย SCBX และ VBs ของกลุ่ม CP ได้เลื่อนแผนเปิดดำเนินการออกไปเป็นช่วงปลายปี 2569 และปี 2570 ตามลำดับ ซึ่งมองว่าความล่าช้าดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการสร้างแพลตฟอร์มการดำเนินงานที่สามารถขยายตัวได้ และการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ ธปท.อาจเป็นเรื่องที่ยากกว่าการได้รับใบอนุญาต

ทั้งนี้ บล.กสิกรไทยประเมินว่าตลาดเป้าหมายของ Virtual Bank อยู่ที่ประมาณ 35 ล้านคน ประกอบด้วย ลูกค้าที่ยังไม่เข้าถึงบริการธนาคาร (Unbanked) 10 ล้านคน และลูกค้าที่เข้าถึงบริการทางการเงินได้ไม่เพียงพอ (Underbanked) 25 ล้านคน

สำหรับผลกระทบต่อธนาคารดั้งเดิมนั้น บล.กสิกรไทยคาดว่า Virtual Bank จะส่งผลกระทบต่อธนาคารเดิมแบบค่อยเป็นค่อยไป มากกว่าที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง โดยคาดว่าสินทรัพย์รวมของ Virtual Bank ทั้ง 3 รายจะคิดเป็นเพียง 1-2% ของสินทรัพย์รวมทั้งระบบธนาคารในช่วง 5 ปีแรกของการดำเนินงาน

นอกจากนี้ ประเทศไทยมีการใช้งานบริการธนาคารดิจิทัลในระดับสูงอยู่แล้ว โดยมีบัญชี Mobile Banking มากกว่า 100 ล้านบัญชี และธนาคารเดิมมีแพลตฟอร์ม Mobile Banking ที่แข็งแกร่ง การแข่งขันจึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในบางธุรกิจ เช่น สินเชื่อ SME สินเชื่อบุคคล ระบบการชำระเงิน และธุรกิจค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมต่าง ๆ

บล.กสิกรไทยชี้ว่า การวิเคราะห์ภายใต้หลายสมมติฐานชี้ให้เห็นว่า Virtual Bank อาจใช้เวลา 5-10 ปีจึงจะถึงจุดคุ้มทุน ขึ้นอยู่กับระดับการเข้าถึงลูกค้า ความสามารถในการสร้างรายได้จากลูกค้า อัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อ และคุณภาพสินทรัพย์ ภายใต้กรณีฐานของบริษัทอัตราการเข้าถึงลูกค้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ของตลาดเป้าหมายภายในปี 2579 ส่งผลให้มีลูกค้ารวม 17.3 ล้านราย สินเชื่อรวม 3.79 แสนล้านบาท และเงินฝากรวม 4.28 แสนล้านบาท

โดย บล.กสิกรไทยประเมินว่า Virtual Bank จะถึงจุดคุ้มทุนภายใน 7-8 ปี และมี ROE (อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น) ระยะยาวที่ 14% ภายใต้กรณีเชิงบวกอัตราการเข้าถึงลูกค้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 65% สินเชื่อจะขยายตัวเข้าใกล้ระดับ 7 แสนล้านบาท และ ROE จะเพิ่มขึ้นเป็น 26% ขณะที่ภายใต้กรณีเชิงลบ อัตราการเข้าถึงลูกค้าจะอยู่ที่เพียง 30% สินเชื่อรวมจะอยู่ที่ 1.35 แสนล้านบาท และ ROE จะอยู่ที่เพียง 5% เท่านั้น

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚