MRDIYT จ่ายปันผลงวดไตรมาส 1 ปี’69 หุ้นละ 0.06 บาท หลังกำไรสุทธิพุ่ง 25.1%
MRDIYT บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลงวดไตรมาส 1 ปี’69 อัตราหุ้นละ 0.06 บาท หลังบริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 25.1% แรงหนุนจากการขยายสาขา-จำนวนธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น
บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสดให้กับผู้ถือหุ้นสามัญ ในอัตรา 0.06 บาทต่อหุ้น จากผลดำเนินงานงวดวันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค.2569 กำหนดวันจ่ายปันผลวันที่ 8 มิ.ย.2569 วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) วันที่ 21 พ.ค. 2569 วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) วันที่ 22 พ.ค. 2569
ทั้งนี้ MRDIYT รายงานผลการดำเนินงานที่เติบโตแข็งแกร่งในไตรมาส 1 ปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายสาขาและจำนวน
ธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น ทั้งยังรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยรายได้รวมในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นเป็น 5,452.4 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 2,818.7 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 22.1% โดยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นเป็น 52.0% จาก 51.7% ในไดรมาส 1 ปี 2568 ส่วนกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 25.1% มาอยู่ที่ 678.3 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ (NPM) ที่ 12.4% ขยายตัวขึ้น 0.4 จุดจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
การเติบโตในไตรมาสนี้มีปัจจัยหลักมาจากการเปิดสาขาใหม่และจำนวนธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสาขานอกศูนย์การค้า (Standalone) บริษัทเปิดสาขาใหม่สุทธิ 65 สาขาในไตรมาส 1 ปี 2569 ส่งผลให้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีจำนวนสาขารวมทั้งสิ้งสิ้น 1,192 สาขา โดยจำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้น 22.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่มูลค่าเฉลี่ยต่อธุรกรรมยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม อัตราการเดิบโดของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เป็นบวกที่ 0.1% ในไตรมาส 1 ปี 2569 สะท้อนพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ยังคงระมัดระวัง โดยภาพรวม การเร่งขยายสาขาและจำนวนธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นยังคงช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ความสามารถในการทำกำไรในไตรมาสนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกำไรขั้นต้นที่ปรับเพิ่มขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง โดยรวมผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้สะท้อนความสามารถของบริษัท ในการรักษาการเติบโตควบคู่กับการขยายเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง

