ธปท. หนุนเก็บภาษีทองปิดช่องเงินเทา

ธปท. หนุนเก็บภาษีทองปิดช่องเงินเทา
ภาพประกอบข่าว

ธปท. หนุนรัฐพิจารณาจัดเก็บภาษีธุรกรรมทองคำ กำหนดให้ร้านทองรายงานข้อมูลการซื้อขาย สกัดการเป็นช่องทางฟอกเงิน เผยเดือน ส.ค. ยอดเบิกเงินสดเกิน 5 ล้านบาท รวม 5 หมื่นล้านบาท โดย 50 รายแรกคิดเป็น 2.5 หมื่นล้านบาท และในกลุ่มดังกล่าว 66% มีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับทองคำ

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานครบรอบสำนักข่าวมิติหุ้น ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ในหัวข้อ “Capital with Purpose เงินทุนเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่มีคุณค่า” ว่า ธปท. สนับสนุนให้ภาครัฐพิจารณาการจัดเก็บภาษีธุรกรรมทองคำ โดยเหตุผลที่ต้องจัดเก็บภาษีไม่ได้ทำเพื่อเน้นหารายได้เข้ารัฐ แต่ทำเพื่อรายงานข้อมูลการซื้อขายว่าขายทองคำให้ใครและเป็นจำนวนเท่าใด ซึ่งจะช่วยดึงธุรกรรมที่ซ่อนเร้นอยู่ขึ้นมาให้ตรวจสอบได้ และปิดช่องทางไม่ให้ใช้ทองคำเป็นทางผ่านในการฟอกเงิน

ทั้งนี้ แนวทางที่เสนอให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีทองคำ จะเป็นภาษีธุรกิจเฉพาะของร้านขายทอง ที่ต้องมีการรายงานข้อมูลการซื้อขายทองคำ ยกตัวอย่างว่า หากจัดเก็บในอัตราที่ต่ำมาก เช่น 0.01% การซื้อทองคำมูลค่า 70,000 บาท จะเสียภาษีเพียง 7 บาทเท่านั้น

สำหรับข้อมูลล่าสุดในช่วง ส.ค. ที่ผ่านมาพบว่า ยอดเบิกเงินสดเกิน 5 ล้านบาทรวมอยู่ที่ 50,000 ล้านบาท ซึ่งมาจากลูกค้ารายใหญ่เพียง 50 รายแรกถึง 25,000 ล้านบาท และในกลุ่ม 50 รายดังกล่าว มีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับทองคำ 66% สะท้อนถึงการใช้ทองคำเป็นช่องทางหนึ่งในการเคลื่อนย้ายเงิน จึงเป็นเหตุผลที่ ธปท. สนับสนุนแนวคิดการจัดเก็บภาษีทองคำ

“ผมยังสนับสนุนให้รัฐบาลเก็บภาษีทอง ถามว่าทำไม เพราะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น เราซื้อของเซเว่นฯ เรายังได้ใบเสร็จ ซื้อหุ้นในตลาดเรารู้ว่าใครซื้อใครขาย มูลค่าเท่าไหร่ แต่ซื้อขายทองไม่รู้เลย มีการซื้อกันหลังร้านเยอะมาก โดยถ้าเก็บภาษีน้อยๆ เช่น 0.01% 7 บาท 70,000 เก็บ 7 บาท ถือเป็นภาษีธุรกิจเฉพาะของคนขายร้านทองจะต้องรายงานทันทีว่าขายให้ใคร ขายเท่าไหร่ ถ้าทำอย่างนี้ได้ เราจะปิดกระบวนการใช้ทองเป็นทางผ่านฟอกเงินผ่านร้านทอง”

อย่างไรก็ตาม มาตรการเก็บภาษีจากทองคำ เป็นหนึ่งในแนวทางที่ ธปท. อยากเสนอให้แก่ภาครัฐพิจารณา โดยก่อนหน้านี้ ธปท. ได้กำหนดให้รายงานข้อมูลกรณีซื้อทองคำผ่านแอปพลิเคชันแล้วถอนทองคำแท่งเกิน 2 กิโลกรัม มูลค่าเกิน 10 ล้านบาท ทำให้ลดปริมาณการถอนทองคำแท่งจาก 20,000 ล้านบาท เหลือเพียง 3,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังเตรียมร่วมมือกับ ก.ล.ต. ร่วมดำเนินการวางแนวทางปิดช่องทางสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง USDT ที่มีการโอนเข้าออกน่าสงสัยมูลค่าหลายแสนล้านบาท พร้อมร่วมมือกับ 11 หน่วยงาน ภาคการเงินเพื่อประกาศเจตนารมณ์เร่งต้านธุรกรรมผิดกฎหมาย ปราบปรามทุนเทา พนันออนไลน์ และคอร์รัปชัน พร้อมและการแชร์ข้อมูลธุรกรรมผิดปกติร่วมกัน

“เงินสดจำนวนมาก ถ้าไปต่อไม่ได้ต้องเปลี่ยนเป็นทอง หรือเปลี่ยนไป USDT และเงินตราต่างประเทศ เรากำลังร่วมมือกับ ก.ล.ต. ปิด USDT เพราะพบว่ามีการโอนเข้ามาจำนวนมากหลายแสนล้านบาทผ่านบัญชีในไทย เมื่อโอนเข้ามาในประเทศไทยและขายเลยคือหนีการโอนเงินที่ถูกกฎหมายแน่นอน อีกข้างก็ซื้อแล้วและโอนออกไปต่างประเทศเพื่อเข้าบัญชีใครก็ไม่รู้ โดยครึ่งปีแรก เราพบการเทรด USDT มูลค่าสูงถึง 5-6 แสนล้านบาท น่าสงสัย ต้องมีเทาแน่นอน บางส่วนก็ผิดกฎหมาย ต้องปิดให้หมด”

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚