ต้นทุน AI บานปลายวิกฤตพลังงาน จ่อฉุดตลาดกลางปี

ต้นทุน AI บานปลายวิกฤตพลังงาน จ่อฉุดตลาดกลางปี
ภาพประกอบข่าว
คอลัมน์​ : สถานีลงทุน
ผู้เขียน : ธนธัช ศรีสวัสดิ์ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ ทิสโก้ (TISCO ESU)

ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัวเร็วทุบสถิติสะท้อนความเชื่อมั่นที่อาจสูงเกินจริง เตือนระวัง 2 ความเสี่ยงใหญ่ที่อาจฉุดตลาดในช่วงกลางปี ทั้งกระแสเงินสดของกลุ่ม Big Tech ที่เริ่มได้รับแรงกดดันจากศึกลงทุน AI และความเสี่ยงขาดแคลนพลังงานโลกจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อ แนะกระจายพอร์ตเข้ากลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์และทองคำ

การฟื้นตัวของตลาดหุ้นสหรัฐ จากจุดต่ำสุดในช่วงสิ้นเดือนมีนาคม กลับสู่ระดับสูงสุดเดิมภายในเวลาเพียง 16 วัน ถือเป็นการฟื้นตัวที่รวดเร็วที่สุดเป็นประวัติศาสตร์เมื่อเทียบกับการปรับฐานในอดีตที่มักใช้เวลา 3-6 เดือน

ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยบวกเกือบทั้งหมดถูกสะท้อนไปในราคาหุ้นแล้ว (Priced-in) จนอาจนำไปสู่ความประมาท โดยตลาดกำลังมองข้ามความเสี่ยงสำคัญ 2 ประการ ดังนี้

กำไร Big Tech ที่แข็งแกร่ง แฝงด้วยภาวะกระแสเงินสดหดตัว

แม้ผลกำไรรวมของดัชนี S&P 500 ในไตรมาส 1/2026 จะเติบโตสูงถึงกว่า 25-30% YoY แต่ TISCO ESU พบว่าเกือบหนึ่งในสามเป็นกำไรทางบัญชีจากรายการพิเศษที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานจริงเติบโตอยู่ที่ราว 15-20%

ที่สำคัญการแข่งขันอย่างรุนแรงในเทคโนโลยี AI บังคับให้กลุ่ม Hyperscalers (อาทิ Google, Microsoft, Amazon, Meta และ Oracle) ต้องทุ่มงบฯ ลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานและ Data Center ส่งผลให้กระแสเงินสดของบริษัทกลุ่มนี้มีแนวโน้มปรับลดลงจากระดับกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี 2024-2025 ลงมาเหลือต่ำกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ ทำให้แนวโน้มของกระแสเงินสดหดตัวสวนทางกับการเติบโตของกำไรอย่างมีนัย ลดทอน “เบาะรองรับความเสี่ยง” สำคัญ ท่ามกลางความผันผวนของเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์

วิกฤตพลังงานขาดแคลน ภัยเงียบที่เริ่มส่งสัญญาณ

อีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญ คือ ภาวะการปิดชะงักของช่องแคบฮอร์มุซที่ลุกลามเข้าสู่เดือนที่ 3 ส่งผลให้คลังน้ำมันสำรองในหลายประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเริ่มเห็นสัญญาณการขาดแคลนในประเทศที่มีปริมาณสำรองน้อย เช่น อินเดีย ที่มีการประกาศขอความร่วมมือประหยัดพลังงานระดับชาติ

TISCO ESU ประเมินว่า แนวโน้มการประหยัดพลังงานจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการชะลอกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และมีโอกาสเป็นปัจจัยลบที่กดดันราคาสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงกลางปีนี้ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบยังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากภาวะขาดแคลนในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า

กลยุทธ์การลงทุน : กระจายเข้าสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงสินค้าโภคภัณฑ์

สำหรับการจัดสรรเงินลงทุนภายใต้บริบทความเสี่ยงนี้ TISCO ESU มองว่าหุ้นกลุ่มพลังงาน (Energy) และกลุ่มวัสดุพื้นฐาน (Materials) ซึ่งมีความเชื่อมโยงสูงกับสินค้าโภคภัณฑ์ จะช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดี โดยไม่เสียโอกาสในเชิงบวกมากนักหากสถานการณ์ปรับตัวดีขึ้น

ขณะที่ทองคำประเมินว่า มีความเสี่ยงด้านต่ำค่อนข้างจำกัดแล้ว หลังตลาดเริ่มรับรู้ถึงแนวโน้มที่ธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้อีกในปีนี้ และมีความเสี่ยงที่อาจต้องกลับมาขึ้นดอกเบี้ย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เงินเฟ้อในช่วงกลางและท้ายปี

ทำให้การปรับฐานของราคาทองคำน่าจะใกล้สิ้นสุดแล้ว และอยู่ในระดับที่ทยอยสะสมได้

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚