เปิดวิสัยทัศน์ ซีอีโอ CLICX ชู Virtual Bank ต่อจิ๊กซอว์ระบบการเงินไทย
“CLICX (คลิกซ์)” ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาแห่งแรกของเมืองไทย ดีเดย์เปิดให้บริการในวันที่ 19 มิ.ย. 2569 นี้ โดยจะเปิดให้ลูกค้าดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นได้ตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไป แต่ก่อนจะถึงวันเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ธนาคารจะเปิดโอกาสให้ลูกค้า “จองเลขบัญชี” ที่เลือกเองได้ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.นี้ นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการธนาคารไทยที่มีฟีเจอร์นี้ขึ้นเป็นครั้งแรก
ทั้งนี้ ฟีเจอร์ “เลขบัญชีเลือกได้” จะเปิดให้ลูกค้าสามารถเลือก หรือกำหนดเลขบัญชีของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นเลขมงคลตามความเชื่อ เลขเสริมการเงิน การงาน ความรัก เลขมังกร เลขตอง หรือเบอร์สวย รวมถึงการเลือกเลขบัญชีให้ตรงกับ 7 หลักท้ายของเบอร์โทรศัพท์ หรือเลข 4 หลักท้าย
“การที่เราเข้ามาไม่ได้มาดิสรัปต์ระบบการเงิน แต่เข้ามาช่วยเสริมมากกว่า เราจะเป็นจิ๊กซอว์อีกอันหนึ่งที่จะทำให้ระบบการเงินไทยแข็งแรงขึ้น และเข้าถึงลูกค้าในทุก ๆ กลุ่ม” นี่เป็นวิสัยทัศน์ที่ “สุพร สุนทรโรหิต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CLICX กล่าวอธิบายความเป็น “Virtual Bank แรกของไทย” เมื่อวันที่ 27 พ.ค.
“เราต้องการทำให้เรื่องการเงินเป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัวมากขึ้น ผ่านประสบการณ์ทางการเงินที่ก้าวไปไกลกว่าการทำธุรกรรมบนมือถือ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บออม การใช้จ่าย การเข้าถึงสินเชื่อ หรือสิทธิประโยชน์ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน”
ตอบโจทย์ลูกค้า-เชื่อมโยงชีวิตจริง
“สุพร” กล่าวว่า CLICX จะนำเสนอประสบการณ์ทางการเงินที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้า เพราะเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ดีไม่ควรให้ลูกค้าปรับตัวเข้าหาระบบ แต่ควรถูกออกแบบให้เข้าใจและเชื่อมโยงกับชีวิตจริงของลูกค้าแต่ละคน ทั้งการเปิดบัญชี การออมเงิน การใช้จ่าย ตลอดจนสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
“โปรดักต์แรกที่เราจะเปิดตัว ก็คือ เงินฝาก ต้องบอกว่า ถ้าลูกค้าบางกลุ่มที่มีเงินก้อนอยู่แล้วดอกเบี้ยอาจจะตอบโจทย์ แต่ยังมีคนไทยอีกมากมายต้องทำงานไปเก็บเงินไป ถ้ามีทางเลือกในการช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ก็จะตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ได้ ไม่ว่าจะออมแล้วได้เน็ตฟรี หรือได้กาแฟฟรี ได้น้ำมัน เป็นต้น”
กลุ่มเป้าหมายหลักแบงก์ CLICX
“สุพร” กล่าวว่า กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของ CLICX จะเป็นกลุ่มมนุษย์เงินเดือนที่เป็นพนักงานจบใหม่ นักศึกษา พนักงานประจำทั่วไป กลุ่มพนักงานที่ไม่มีเอกสารรายได้ แรงงานรายวัน พนักงานโรงงาน ไรเดอร์ ฟรีแลนซ์ รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจรายย่อย เช่น เจ้าของร้านอาหาร แม่ค้าออนไลน์ เป็นต้น
“ปัจจุบันยังมีคนไทยอีกหลายกลุ่มที่ระบบการเงินในปัจจุบันยังดูแลเขาไม่ดีพอ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มีรายได้ไม่แน่นอน โดยเรามีตัวเลขว่า 63% ของคนไทยอยู่ในกลุ่ม Underserved หรือ Unserved และ 80% ของคนไทยจะใช้ชีวิตได้ไม่เกิน 6 เดือน หากขาดรายได้กะทันหัน สะท้อนให้เห็นว่า ยังมีคนไทยอีกมากยังเข้าไม่ถึงระบบการเงินไทย ซึ่งเราจะพยายามมีโซลูชั่นมาตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มเหล่านี้”
ทั้งนี้ แม้ว่าลูกค้าเป้าหมายจะเป็น กลุ่มเปราะบาง แต่ธนาคารมั่นใจว่าจะไม่กระทบกับแบงก์ หากข้อมูลที่มีสามารถตอบได้ว่าลูกค้ารายดังกล่าวมีศักยภาพในการสร้างรายได้
“การดูแลหนี้เสียเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราปล่อยสินเชื่อแล้วหนี้เสียคือสำคัญที่สุด ฉะนั้นการที่เราใช้ข้อมูลทางเลือกจะช่วยให้เราป้องกันหนี้เสียได้ดีขึ้น”
ผนึก 3 องค์กรแก้ Pain Point
โดยจุดแข็งของ CLICX จะมาจากความร่วมมือของ 3 องค์กร ที่มีฐานลูกค้ารวมกันกว่า 50 ล้านคน แต่เป็นองค์กรที่มีความแตกต่างกัน คือ ธนาคารกรุงไทยที่เชี่ยวชาญด้านการเงิน ขณะที่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS มีความแข็งแกร่งทางด้านเทคโนโลยีและเข้าใจพฤติกรรมของคนยุคดิจิทัล ส่วนบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ อยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทย
“จริง ๆ แล้วทั้ง 3 องค์กรไม่ได้ต้องการสร้างธนาคารขึ้นมาอีกธนาคารหนึ่ง แต่ต้องการสร้างระบบการเงินที่คนไทยทุกคนเข้าถึงได้มากกว่า เราจึงมีความเชื่อว่าคนไม่ควรถูกตัดสินด้วยเอกสารทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่โอกาสทางการเงินจะขึ้นกับศักยภาพ ที่มาจากพฤติกรรมจริงของลูกค้า”
“สุพร” กล่าวว่า ในระบบการเงินปกติเอกสารทางการเงินมักจะเป็นอุปสรรค ซึ่ง CLICX จะแก้ Pain Point ตรงนี้ด้วยการใช้ข้อมูลที่มีมาสนับสนุนการ ดำเนินงาน
ยึดมาตรฐานความปลอดภัยสากล
ทั้งนี้ ในการใช้ข้อมูลลูกค้าจะมีการปฏิบัติตาม PDPA อย่างเข้มข้น รวมถึงระบบที่มีมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เป็นระดับสากล เช่นเดียวกับที่แบงก์อื่น ๆ ใช้กันอยู่ โดยพร้อมดูแลระบบตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ยืนยันว่าเรื่องความปลอดภัยเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ขณะเดียวกันก็มีการดูแลระบบไม่ให้ล่ม ตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้วย
ทยอยเปิดตัวบริการทางการเงิน
“สุพร” กล่าวว่า หลังจากเปิดตัวโปรดักต์เงินฝากแล้ว หลังจากนั้น CLICX จะทยอยเปิดตัวโปรดักต์สินเชื่อตามมา โดยกลยุทธ์ดำเนินธุรกิจในช่วงแรกที่ต้องดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการนั้น ซึ่งสิ่งสำคัญคือ ระบบต้องเสถียร ต้องไหลลื่นตั้งแต่การสมัครใช้บริการ ส่วนเรื่องดอกเบี้ยเงินฝากจะจูงใจแค่ไหนนั้นเป็นเรื่องที่กำลังพิจารณาอยู่ แต่ยืนยันได้ว่าเมื่อออกมาแล้วจะเน้นให้เกิดความคุ้มค่า และความยั่งยืนของระบบเศรษฐกิจ โดยไม่สร้างผลกระทบกับตลาดด้วย
“ในแง่ของความกังวลเรื่องหนี้ครัวเรือน การปล่อยสินเชื่อเราก็ต้องระมัดระวัง แต่เรามั่นใจว่ากลุ่มลูกค้าที่เราใช้ข้อมูลมาพิจารณา ถ้าเราเข้าใจลูกค้าเพียงพอจะช่วยบรรเทาภาระให้ลูกค้าได้มากกว่า”
ส่วนเป้าหมายการดำเนินงาน “สุพร” กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำแผน เกี่ยวกับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และเงินกู้ ซึ่งคงจะประกาศได้ในระยะต่อไป แต่ขณะนี้เป็นช่วงของการเตรียมความพร้อมที่จะขึ้นระบบ ที่จะต้องพร้อมที่สุด
“วันนี้เรายังไม่มีลูกค้า อาจจะยังพูดยากว่าจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าผ่านไปสัก 2-3 เดือนแล้วน่าจะเห็นเทรนด์ และน่าจะทำให้การคาดการณ์ทำได้ชัดเจนขึ้น”
เปิดประวัติ CEO แบงก์คลิกซ์
สำหรับประวัติการทำงานของ “สุพร” เป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์มากว่า 25 ปี ในด้านกลยุทธ์ธุรกิจ การตลาดดิจิทัล การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า (Customer Analytics) และนวัตกรรมทางการเงิน โดยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรชั้นนำของประเทศไทย ทั้งในอุตสาหกรรมธนาคาร เทคโนโลยี และดิจิทัลแพลตฟอร์ม
ก่อนหน้าจะมานั่งเก้าอี้ CEO แบงก์คลิกซ์ “สุพร” นั่งแท่นเป็น Chief Business Innovation Officer บริษัท อินฟินิธัส บาย กรุงไทย ผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่น “Krungthai NEXT” ของธนาคารกรุงไทย รับผิดชอบการพัฒนานวัตกรรมธุรกิจและการสร้างการเติบโตผ่านช่องทางดิจิทัล พร้อมผลักดันการเปลี่ยนผ่านจาก Mobile Banking ที่เน้นธุรกรรม ไปสู่แพลตฟอร์มที่สามารถสร้างคุณค่าและโอกาสทางธุรกิจได้มากขึ้น
ย้อนไปก่อนหน้านั้น “สุพร” เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงด้าน CRM และการตลาดของธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ โดยเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการนำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลและระบบ CRM สมัยใหม่มาใช้ในประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัล

