ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น

ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
ภาพประกอบข่าว

สภาธุรกิจตลาดทุน (FETCO) มอง ธปท.ยังไม่มีแรงกดดันต้องรีบขึ้นดอกเบี้ย แม้เงินเฟ้อบางช่วงขยับสูงกว่าคาด ชี้เศรษฐกิจไทยยังฟื้นไม่ทั่วถึง ขณะที่ SMEs ยังเผชิญแรงกดดันทั้งต้นทุนและสินเชื่อ ระบุการขึ้นดอกเบี้ยเร็วเกินไปอาจซ้ำเติมภาคธุรกิจ

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า แม้ตัวเลขเงินเฟ้อในบางช่วงอาจออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์เล็กน้อย แต่ยังไม่ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้ต้องกังวลว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะนี้ เนื่องจากการพิจารณาทิศทางดอกเบี้ยไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขเงินเฟ้อเพียงด้านเดียว

แต่ยังต้องพิจารณาภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รวมถึงความสามารถในการฟื้นตัวของภาคธุรกิจและครัวเรือน โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน

ปัจจุบันกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อระยะปานกลางของไทยอยู่ที่ 1-3% ขณะที่ ธปท.ยังคงให้น้ำหนักกับการดูแลให้เงินเฟ้อทยอยกลับเข้าสู่กรอบ ควบคู่กับการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน

นายไพบูลย์กล่าวว่า แม้เงินเฟ้ออาจเร่งตัวขึ้นจากบางปัจจัย โดยเฉพาะต้นทุนหรือปัจจัยด้านอุปทาน แต่หากไม่ได้เกิดจากอุปสงค์ในประเทศที่ร้อนแรงมากเกินไป ก็ยังไม่จำเป็นต้องตอบสนองด้วยการขึ้นดอกเบี้ยทันที ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะ SMEs ยังต้องการแรงสนับสนุนจากนโยบายการเงิน การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่ทั่วถึง อาจเพิ่มภาระต้นทุนทางการเงินให้ผู้ประกอบการ และกดดันความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น

ล่าสุด คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวในระดับต่ำและไม่ทั่วถึง ขณะที่สินเชื่อ SMEs ยังคงหดตัว และเห็นว่านโยบายการเงินในระดับปัจจุบันยังเหมาะสมต่อการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ดี จากท่าทีของ ธปท.ในช่วงที่ผ่านมา ยังสะท้อนว่าภาคธุรกิจ และ SMEs เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ผู้กำหนดนโยบายให้ความสำคัญ ทำให้โอกาสที่จะเห็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ยังอยู่ในระดับต่ำ

“ตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณว่าประเทศไทยมีความจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย โดยเฉพาะถ้ายังต้องการช่วย SMEs และให้ธุรกิจเดินต่อได้”

นายไพบูลย์ประเมินว่า อย่างน้อยในช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังไม่เห็นแรงกดดันที่ชัดเจนเพียงพอให้ไทยต้องเข้าสู่วงจรดอกเบี้ยขาขึ้น และแม้เข้าสู่ช่วงครึ่งแรกของปี 2570 ก็ยังต้องประเมินข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้ออีกครั้งว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าเงินเฟ้อ “สูงขึ้นหรือไม่” แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าแรงกดดันดังกล่าวเกิดจากเศรษฐกิจที่ร้อนแรง หรือเกิดจากต้นทุนและปัจจัยด้านอุปทาน เพราะหากเป็นกรณีหลัง การขึ้นดอกเบี้ยอาจไม่ได้ช่วยลดต้นทุนโดยตรง แต่กลับเพิ่มภาระทางการเงินให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือนแทน

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚