หุ้นไทยวันนี้เสี่ยงย่อ Fed ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย กด SET แกว่ง 1,575-1,590 จุด
บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด SET วันนี้แกว่งในกรอบ 1,575-1,590 จุด หลังประธาน Fed ส่งสัญญาณ Hawkish ดันตลาดเพิ่มน้ำหนักขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. เป็น 57% จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐ ขณะที่การเมืองไทยอาจเพิ่มความผันผวน แนะ Selective Buy เน้นหุ้นกำไรครึ่งปีหลังแข็งแกร่ง
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัว Sideways ถึง Sideways Down ต่อเนื่องในกรอบ 1,575-1,590 จุด หลังตลาดได้รับแรงกดดันจากถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในการประชุม Jackson Hole ซึ่งมีโทน Hawkish มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์
โดย Fed ยังคงให้น้ำหนักกับการควบคุมเงินเฟ้อเป็นสำคัญ พร้อมย้ำว่าเงินเฟ้อในปัจจุบันยังอยู่ในระดับสูงเกินไป และยังไม่เห็นสัญญาณชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ส่งผลให้นักลงทุนปรับเพิ่มความน่าจะเป็นที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. มาอยู่ที่ 57% จากก่อนหน้าที่ประมาณ 35-40%
ท่าทีดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี (Bond Yield) ปรับตัวขึ้นประมาณ 0.10% สู่ระดับ 4.34% ขณะที่ Dollar Index แข็งค่าขึ้นเข้าใกล้ระดับ 100 จุด สร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงราคาทองคำ โดย Yield Curve มีลักษณะ Bear Flattening
ด้านราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเข้าใกล้ระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังสหรัฐโจมตีแท่นยิงจรวดของอิหร่านเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ สะท้อนว่าสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขดัชนี ISM ของสหรัฐ เดือน ส.ค. ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญต่อการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ในระยะถัดไป
ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศโดยรวมยังค่อนข้างนิ่งและมีเสถียรภาพ จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลาย ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
อย่างไรก็ตาม บล.ฟินันเซียฯ มองว่า ในระยะถัดไปตลาดอาจเผชิญความผันผวนเพิ่มขึ้นจากปัจจัยการเมืองในประเทศ ทั้งประเด็นการสั่งฟ้องสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงการที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับบาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้งในวันที่ 28 ก.ย. 2569
ดังนั้น ภาพรวมการลงทุนระยะสั้นยังควรเน้นเลือกเก็งกำไรหรือลงทุนเป็นรายตัว โดยให้น้ำหนักหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และมีโมเมนตัมผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังปี 2569 แข็งแกร่ง
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ “Selective Buy” ขณะที่การลงทุนระยะกลางถึงระยะยาวยังเน้นหมุนเข้าสู่หุ้นกลุ่ม Value และ Domestic Play ที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ

