INVESTiGUARD นักสืบกันโกง สร้างภูมิคุ้มกันในยุค ‘ทุกคนมีสิทธิเป็นเหยื่อ’
ท่ามกลางกระแสการลงทุนที่เข้าถึงง่ายขึ้นผ่านโลกดิจิทัล ภัยหลอกลวงก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็วไม่แพ้กันจนกลายเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของสังคมไทย ปัจจุบันการหลอกลงทุนเป็นรูปแบบการฉ้อโกงของการหลอกลวงออนไลน์ที่สร้างความเสียหายสูงที่สุด มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท และกำลังทวีความซับซ้อนจากการใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI เข้ามาเป็นเครื่องมือ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจึงเดินหน้าสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน โดยเปิดตัวนิทรรศการพิเศษ “INVESTiGUARD นักสืบกันโกง” ณ พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน INVESTORY พร้อมกับจัดเวทีเสวนาหัวข้อ “INVESTiGUARD : รู้ทันภัยหลอกลงทุน” เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับภัยหลอกลงทุนให้กับประชาชนและผู้ลงทุนทั่วไป โดยมีผู้เชี่ยวชาญร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันภัยหลอกลงทุนยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นตามพัฒนาการของเทคโนโลยี ซึ่งไม่เพียงสร้างความเสียหายทางทรัพย์สิน แต่ยังกระทบต่อความเชื่อมั่นและสภาพจิตใจของประชาชน ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ดำเนินการให้ความรู้ในหลายรูปแบบ และล่าสุดได้พัฒนานิทรรศการพิเศษ “INVESTiGUARD นักสืบกันโกง” เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้คนไทยรู้เท่าทันภัยหลอกลงทุน
นิทรรศการ INVESTiGUARD เป็นการเรียนรู้แบบ Interactive Self-Discovery Museum ชวนให้ผู้เข้าชมลงมือคิด วิเคราะห์ และตั้งคำถามด้วยตัวเอง ภายใต้แนวคิด “ดีเกินจริง” (Too Good to be True) ซึ่งมิจฉาชีพมักหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อจนโอนเงินมหาศาล โดยใช้กลยุทธ์แอบอ้างเป็นคนที่ดีเกินจริง (Too Good People) หลอกให้เชื่อด้วยเรื่องที่ดีเกินจริง (Too Good Story) และเร่งรัดให้ตัดสินใจด้วยโอกาสที่ดีเกินจริง (Too Good Opportunity)
นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอกรณีศึกษาที่ดัดแปลงจากเหตุการณ์จริง เพื่อให้ผู้เข้าชมเห็นสัญญาณอันตราย หรือ Red Flags ที่มักปรากฏในแต่ละรูปแบบของการหลอกลงทุน พร้อมทั้งฝึกทักษะผ่านเกมและเทคโนโลยีที่หลากหลาย ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานของภัยหลอกลงทุน ไปจนถึงการแยกแยะกลโกง โดยมีเส้นทางการเรียนรู้ทั้งหมดจำนวน 9 บทเรียน
“ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ทางด้านการเงินมาตลอด 20 กว่าปี ในหลากหลายรูปแบบ ล่าสุดได้เปิดตัวนิทรรศการ INVESTiGUARD เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนรู้เท่าทันกลโกงการลงทุนในยุคที่ภัยหลอกลงทุนซับซ้อนขึ้น สิ่งสำคัญคือการสื่อสารที่ต้องช่วยกันสื่อสารให้กับคนอื่น ๆ ให้มีความตระหนักรู้ว่าอะไรที่ Too Good to be True อย่าไปแตะต้อง” นายอัสสเดชกล่าว
หลอกลงทุนออนไลน์อันดับ 1
พ.ต.ท.พากฤต กฤตยพงษ์ สารวัตรกลุ่มงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่า ปัจจุบันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและซับซ้อนมากขึ้น โดยตั้งแต่ 1 มีนาคม 2565 ถึง 30 พฤศจิกายน 2568 พบว่า คดีออนไลน์มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1 แสนล้านบาท ขณะที่การหลอกลงทุนจัดอยู่ในอันดับ 1 ของการหลอกลวงออนไลน์ทุกประเภทเมื่อพิจารณาจากมูลค่าความเสียหาย โดยคดีหลอกลงทุนมีมูลค่าความเสียหายกว่า 3 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ รูปแบบการหลอกลงทุนในปัจจุบันแตกต่างจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากเป็นการหลอกลวงระยะยาว มิจฉาชีพจะค่อย ๆ สร้างความน่าเชื่อถือผ่านเนื้อหาที่ดูสมจริง โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยี AI ในการผลิตวิดีโอ โฆษณา และเรื่องราวปลอม ทำให้ผู้คนหลงเชื่อได้ง่ายขึ้น
“กลโกงลักษณะนี้มักใช้เทคนิค Foot in the Door คือเริ่มให้ผลตอบแทนเล็ก ๆ ก่อน เพื่อให้เหยื่อเชื่อว่าได้เงินจริง ก่อนจะชักจูงให้ลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเข้าสู่กับดักต้นทุนจม และไม่สามารถถอนเงินได้” พ.ต.ท.พากฤตกล่าว
พ.ต.ท.พากฤตได้แนะนำหลักคิดง่าย ๆ ในการป้องกันตัวเองว่า “ไม่กลัว ไม่โลภ ไม่หลง” โดยควรมีสติ ไม่ตื่นตระหนกกับการข่มขู่ ไม่หลงเชื่อผลตอบแทนที่ดีเกินจริง และไม่เชื่อบุคคลที่สร้างภาพลักษณ์น่าเชื่อถือในโลกออนไลน์
ในกรณีที่ตกเป็นเหยื่อแล้ว แนะนำให้รีบดำเนินการทันที โดยโทร.สายด่วน 1441 เพื่ออายัดบัญชี แจ้งความ และรวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วน แม้บางกรณีอาจไม่สามารถอายัดเงินได้ทัน แต่การแจ้งความยังคงมีความสำคัญเพื่อเปิดโอกาสในการดำเนินคดีและการเฉลี่ยทรัพย์คืน
“Zero Trust-6 เอ๊ะ” ทักษะใหม่
นายพีรพล อนุตรโสตถิ์ ผู้จัดการศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท กล่าวว่า แม้จำนวนคดีหลอกลงทุนอาจไม่มากที่สุดเมื่อเทียบกับคดีออนไลน์ประเภทอื่น เช่น การซื้อขายสินค้าออนไลน์ แต่ความเสียหายต่อรายกลับสูงมาก ส่งผลกระทบรุนแรงต่อผู้เสียหาย โดยได้เสนอแนวคิด “Zero Trust” หรือการไม่เชื่อไว้ก่อนจนกว่าจะมีการตรวจสอบ เพราะในยุคปัจจุบันข้อมูลทุกประเภทสามารถปลอมได้ พร้อมกับ “6 เอ๊ะ” ที่ช่วยให้จับพิรุธเหยื่อ ประกอบด้วย หลอกให้เชื่อ ลวงเข้ากลุ่ม ลองลงทุน ล่อใจให้ลงเพิ่ม รีดก้อนสุดท้าย และเลิกติดต่อ
“สิ่งที่ต้องตรวจสอบไม่ใช่เพียงความถูกต้องของข้อมูล แต่ต้องตรวจสอบผู้รับปลายทางว่าเป็นตัวจริงและเชื่อถือได้หรือไม่ คนที่ถูกหลอกลงทุนมักเป็นกลุ่มที่มีเงินทุนอยู่แล้ว และหลายกรณีเป็นผู้สูงอายุ ทำให้สูญเสียเงินจำนวนมากในครั้งเดียว INVESTiGUARD เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เพราะเป็นการสร้างความตระหนักให้เขาไม่ถูกหลอก ซึ่งการไม่ถูกหลอกดีกว่าการเอาเงินคืนมา ซึ่งมีโอกาสน้อยที่จะได้เงินที่เสียไปคืนมา” นายพีรพลกล่าว
นิทรรศการเคลื่อนที่ขยายเรียนรู้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีแผนพัฒนานิทรรศการขนาดเล็กในรูปแบบเคลื่อนที่ เพื่อขยายการเข้าถึงไปยังพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการดำเนินมาตรการเชิงรุก ในการให้ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ แนะนำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะเมื่อพบเห็นการแอบอ้างชื่อ โลโก้ ภาพผู้บริหารหรือพนักงานกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ นำไปหลอกลวงหรือชักชวนลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ ควรตั้งคำถามกับตนเองว่าดีเกินจริงหรือไม่ และไม่ควรคลิกลิงก์หรือให้ข้อมูลส่วนตัวกับบุคคลที่ไม่รู้จัก และเมื่อพบเห็นสามารถแจ้งได้ที่ www.set.or.th/th/about/contact-us/fake-page-report หรือตรวจสอบข้อมูลและสอบถามได้ที่ SET Contact Center 0-2009-9999
เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ซึ่งการช่วยกันสื่อสารและย้ำเตือน จะมีส่วนในการยกระดับความเชื่อมั่นในการลงทุน และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มุ่งสู่การเป็น The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities



