สภาฯ ฉลุยรับหลักการ ‘ร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ69’ เอกนิติ ย้ำรักษาวินัยการคลัง

สภาฯ ฉลุยรับหลักการ ‘ร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ69’ เอกนิติ ย้ำรักษาวินัยการคลัง
ภาพประกอบข่าว

สภาฯ มีมติเอกฉันท์เห็นชอบรับหลักการ ‘ร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ69’ เอกนิติยันรักษาวินัยการเงินการคลัง พร้อมส่งเสริมการลงทุน พยุงเศรษฐกิจ เยียวยาประชาชน

ภายหลังเสร็จสิ้นการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวขอบคุณสมาชิกที่ร่วมอภิปรายในการพิจารณาพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ… ว่าผมขอชี้แจงถึงหลักการและเหตุผล รวมถึงสิ่งที่เพื่อนสมาชิกอาจได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน และคลาดเคลื่อนหลายจุด งบ 69 ถูกจัดทำมาก่อนที่รัฐบาลนี้ และรัฐบาลที่แล้วเข้ามา

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และหลายประเทศในโลก เจอหลายวิกฤตที่คล้ายกัน ทั้งตะวันออกกลางที่ผันผวน ไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ วิกฤตซ้อนวิกฤต โดยครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน ไม่ได้เกิดจาก GDP หดตัว แต่เริ่มมาจากวิกฤตสงคราม ลามมาสู่พลังงาน ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น ค่าพลังงานสูงขึ้น จนกลายเป็นวิกฤตปากท้องของประชาชน ตั้งแต่รัฐบาลมาบริหารประเทศสมัยที่แล้ว ก็เจอวิกฤตน้ำท่วม ภัยธรรมชาติ ซึ่งปีนี้จะเจอภัยแล้ง

นายเอกนิติกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีวิกฤตความมั่นคงชายแดนที่ไทยใช้งบประมาณในการเตรียมพร้อม ดูแลศักดิ์ศรีคนไทยและดูแลรักษาความมั่นคงของประเทศ แต่วิกฤตหลายระลอก เราก็พยายามบริหารจัดการทุกอย่าง หัวใจสำคัญที่เราพยายามทำคือการใช้ทุกเครื่องมือดูแลทุกกลไก ดูแลและเยียวยาประชาชน

และเราเจอภาวะวิกฤตโลกที่ดึงให้เศรษฐกิจไทยชะลอลง เราต้องใช้งบประมาณอย่างจำกัด พยายามเร่งเบิกจ่ายงบประมาณทุกอย่างให้ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ บรรเทาภาระประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับเศรษฐกิจไทย นอกจากนี้ยังใช้เงินนอกงบประมาณ สถาบันการเงินของรัฐ ออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ มาตรการดูแลประชาชน เช่น ปุ๋ยราคาแพง ก็ใช้มาตรการปุ๋ยคนละครึ่ง

ขณะเดียวกันต้องเร่งงบลงทุน เพราะต่างชาติเริ่มไม่เชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทย เพราะเป็นห่วงว่าไทยจะตามประเทศอื่นไม่ได้ ทั้งงบประมาณลงทุนของราชการส่วนกลาง รัฐวิสาหกิจ ต้องเร่งลงทุน และได้ใช้เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ BOI ผ่านการลงทุนต่างประเทศเข้ามาช่วยเสริม

นายเอกนิติกล่าวต่อว่า วิกฤตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เรามีงบประมาณจำกัดจริง ๆ และต้องพยายามทำทุกอย่างควบคู่การรักษาความสมดุล อย่างที่ สส.ได้บอกว่าหากดึงงบออกมาหมดเลย ก็ขาดโอกาสในการพัฒนาประเทศ ขณะเดียวกันเอาเงินมากองไว้จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทันหรือไม่ เหลือเวลาอีกแค่ 3 เดือน

ดังนั้นต้องรักษาความสมดุลทั้งหมด ผมเองเข้าใจดีว่า สส.บางคนก็ไปเอาข่าวบอกว่า 100,000 ล้านบาท บางคนบอก 8 หมื่นล้าน 5 หมื่นล้าน แต่บนความเป็นจริง ผมและกระทรวงการคลังได้พยายามทำเรื่องการเร่งเบิกจ่าย ควบคู่ไปกับการตัดงบรายจ่ายที่ไม่จำเป็น คือเร่งเพื่อให้มีเงินพยุงเศรษฐกิจ ดูแลและเยียวยาประชาชน และมีงบลงทุนที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบเศรษฐกิจ ตัวที่ไม่จำเป็น ก็มีนโยบายชัดเจน งบเดินทางต่างประเทศที่ไม่จำเป็นของ ครม.ก็ให้ตัดทั้งหมด

รวมทั้งการก่อสร้างที่ยังไม่เริ่มการประกวดราคาที่ไม่จำเป็นตามข้อเสนอของ สส. เราก็ทำ แต่เราต้องดูความสมดุล ดังนั้นที่บอกว่าฟังข่าวมา เมื่อไปดูจริง ๆ ปรากฏว่ากระบวนการที่ยังไม่เริ่มจัดซื้อจัดจ้างเลยเหลืออยู่ไม่มาก จึงเป็นที่มาให้งบเหลือเพียงแค่ 10,000 กว่าล้าน จึงพยายามใช้งบส่วนนี้มาดูแล นำมาใส่ในงบกลางเพื่อรองรับความผันผวนของวิกฤตเศรษฐกิจโลกวิกฤตพลังงาน ที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรเพื่อมาเยียวยาประชาชน

นายเอกนิติกล่าวว่า ผลของการบาลานซ์ ผมก็เสียใจที่หลายคนบอกว่าผมไม่ให้ความสำคัญกับวินัยการคลัง หรือยอมการเมือง แต่สิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วการที่ผมดำเนินนโยบายการคลัง คำนึงถึงความสมดุลทุกอย่าง ทั้งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เร่งเบิกจ่ายให้มีประสิทธิภาพดูแลประชาชน แม้แต่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ก็เชื่อตนเองและปรับมุมมองจากมองว่าเศรษฐกิจไทย ฐานะทางการคลังเป็นลบก็ปรับเพิ่มขึ้นเป็นมีเสถียรภาพ

นี่คือข้อเท็จจริงที่ผมยังยืนหลักของการรักษาวินัยการเงินการคลัง ควบคู่ไปกับการดูแลเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ ตัวเลขที่เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ งบประมาณที่ผมพยายามเร่งเร่งรัดการเบิกจ่ายที่เริ่มกำหนดราคาไปแล้ว วันนี้ข้อมูลพิสูจน์แล้วว่าสูงที่สุดอัตราการเบิกจ่ายในรอบหลายปีที่ผ่านมา แล้วตัวเลขเศรษฐกิจไทยในไตรมาสหนึ่งของปีงบประมาณ การลงทุนของภาครัฐจากการเร่งรัดเบิกจ่ายโต 13.3% ไตรมาสที่สอง 9.4% และข้อมูลล่าสุดยังโต 10% กว่า เพราะเม็ดเงินลงทุน

ยืนยันว่า เรานำการลงทุนช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ จึงต้องรักษาความสมดุลของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพร้อมทั้งการดูแลเยียวยาประชาชน

นายเอกนิติกล่าวอีกว่า สำหรับเงินที่เหลืออยู่เราก็พยายามที่จะนำมาใส่ในงบกลาง เพื่อเป็นกระเป๋าสำรอง สำหรับเหตุการณ์ที่เรายังมีความไม่แน่นอนวิกฤตพลังงานที่ยังไม่จบ ภัยแล้งที่อาจจะมา ซึ่งเราต้องการนำงบส่วนนี้มาดูแลประชาชน เป็นงบที่ไว้ดูแลสถานการณ์ฉุกเฉินและจำเป็น พร้อมขอบคุณทุกข้อสังเกต แต่เชื่อว่าสิ่งที่ได้ดำเนินการไปในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พิสูจน์แล้วว่า ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ดีกว่าที่หลายคนคาด

ทำให้บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือเขามั่นใจในประเทศไทย ทำให้รู้สึกมีความหวัง ขีดอันดับความความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยดีขึ้น และยังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องพัฒนาต่อไป แต่เราต้องมีเงินเพียงพอที่จะมาดูแลเยียวยาประชาชน หากวิกฤตที่เราไม่อาจคาดฝัน ดังนั้น การดำเนินนโยบายการคลังต้องดำเนินอย่างสมดุล และเชื่อว่าสิ่งที่เราได้ทำไปยังยืนอยู่บนหลักการของการมีวินัยการคลัง

“ขอบคุณความเห็นข้อเสนอแนะข้อสังเกตต่าง ๆ ที่สมาชิกอภิปรายไว้ ขอยืนยันว่าเราจะดูแลเอางบประมาณที่ใช้อยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ดูแลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ฟื้นฟูขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ พร้อมกับการให้ความสำคัญการดูแลเยียวยาประชาชน และขอให้ กมธ.วิสามัญที่สภาฯ จะแต่งตั้งขึ้น จะนำข้อสังเกตไปพิจารณาตรวจสอบของรายละเอียดร่างฉบับนี้ให้เป็นไปด้วยความรอบคอบยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ” นายเอกนิติกล่าว

ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวเพิ่มเติมหลังจากที่นายเอกนิติชี้แจงว่า ท่านรัฐมนตรีพูดเสมือนว่าพวกเราดูข่าวฟังข่าว แต่ข่าวทั้งหลายคือการสัมภาษณ์ของบุคคลในรัฐบาลทั้งสิ้น ถ้าต่อไปไม่ให้พวกตนฟังจากท่าน แล้วจะให้ฟังจากใครในการให้ข่าวต่าง ๆ พวกเราไม่ได้ไปฟังใครมาแล้วเอามาอ้างอิง แต่เรากำลังพูดถึงคนในภาครัฐที่ให้ข้อมูลเหล่านี้ และต้องขอบคุณรัฐมนตรีที่ตั้งใจสร้างความสมดุลและความคุ้มค่า แต่ฟังดูแล้วกลายเป็นว่าส่วนหนึ่งที่พูดถึงเรื่องการโอนเพื่อเร่งรัดการเบิกจ่าย มากกว่าการปรับเปลี่ยนแนวทางยุทธศาสตร์การบริหาร

ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นผมรู้สึกว่าไม่ใช่การบริหารในสถานการณ์วิกฤตอย่างที่ควรจะเป็น และหวังว่าท่านจะพิสูจน์ต่อไปด้วยการยกเลิกโครงการที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไม่ว่าจะเป็นโครงการกระทรวงดีอี หรือของกระทรวง อว. เพื่อพิสูจน์ว่าการคลังไม่ได้เพื่อการเมืองจริง ๆ และสุดท้ายหากคำอภิปรายของท่านที่บอกว่าเศรษฐกิจมั่นคง หากไปเบิกความในศาล ผมบอกว่าไม่น่าจะใช่

ภายหลังอภิปรายเสร็จสิ้น สภาฯมีมติเอกฉันท์ เห็นชอบรับหลักการร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ 69 ด้วยคะแนน 462 ไม่เห็นชอบ ไม่มี งดออกเสียง 1 จากนั้นตั้งกรรมาธิการวิสามัญฯ 25 คน โดยใช้เวลาแปรญัตติ 1 วัน ซึ่งจะมีการประชุมครั้งแรกในวันที่ 26 มิ.ย.นี้

ทั้งนี้ มีรายงานว่ามีการนำเข้าพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ในวันที่ 2 ก.ค.

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚