เอกนิติ เร่งซ่อม-สร้างประเทศไทย ประคองคนตัวเล็ก-SMEs ตัดวงจรอุบาทว์เศรษฐกิจ
เอกนิติ เร่งซ่อม-สร้างประเทศไทย ประคองคนตัวเล็ก-SMEs ตัดวงจรอุบาทว์เศรษฐกิจ รับมือ 4 กระแสโลก เปลี่ยน A ขาลง เป็น V ขาขึ้น
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันนี้ไทยเผชิญปัญหาเศรษฐกิจโตต่ำ จากเศรษฐกิจโต 6-7% ก่อนปี 2540 ตอนนี้โตไม่ถึง 3% เมื่อจีดีพีชะลอลง รายได้ประชาชนลดลง ส่งผลให้หนี้ครัวเรือนสูงขึ้นสะสมเป็นเวลานาน และในสถานการณ์เช่นนี้คนที่ต้องรับแรงกระแทกหนักสุดคือคนตัวเล็ก ซึ่งจะเป็นเช่นนี้เรื่อย ๆ
ดังนั้น ประเทศไทยต้องการคนที่ลุกขึ้นมาแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่พูดอย่างเดียว แต่ต้องทำด้วย “ต้องซ่อมวันนี้และสร้างโอกาสในอนาคต ต้องตัดวงจรอุบาทว์นี้ให้ได้”
ทั้งนี้ ประเทศไทยกำลังรับมือกับ 4 กระแสที่เกิดขึ้น ได้แก่ 1.โลกแตกขั้วจากสงคราม แต่ไทยได้โอกาสจากจุดนี้ที่เป็นประเทศปลอดภัยที่ค้าขายได้กับทุกประเทศ รวมทั้งมีศักยภาพ เป็นจุดแข็งของประเทศ 2.กระแสเอไอที่มาเร็ว หากเกาะกระแสได้ ทั้งคนตัวเล็กและ SMEs จะได้โอกาสไปด้วย 3.มิติสิ่งแวดล้อมที่เข้ามาเป็นข้ออ้างทางการค้า รวมทั้งภัยธรรมชาติที่มากขึ้นจะกระทบกับคนตัวเล็ก และ 4.สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องรับมือและส่งเสริม เพื่อไม่ให้เป็นภาระในอนาคต
“ประเทศไทยมีกรรมเก่าที่สะสมมานาน ทั้งเศรษฐกิจโตต่ำ หนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะสูง ออมต่ำ SMEs เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน นี่คือปัญหาเดิม เมื่อลมพัดมาใหม่ ซึ่งเป็นทั้งพายุและโอกาส โลกแตกขั้วทำให้การผลิตของทั้งโลกเปลี่ยนผ่าน ต้องการลงทุนในที่ปลอดภัย ไทยจะดักลมนี้อย่างไร เพื่อเปลี่ยนจากพายุเป็นโอกาส” นายเอกนิติกล่าว
นายเอกนิติกล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำมี 2 อย่างคือซ่อมและสร้าง สำหรับการซ่อมเพื่อประคองประชาชน 1.ช่วยคนตัวเล็กซ่อมหนี้ครัวเรือน ผ่านโครงการปิดหนี้ไวไปต่อได้ 1 ล้านราย 2.ช่วยลดภาระหนี้และแรงกระแทกผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมทั้ง 3.สินเชื่อนกกระซิบที่จะปล่อยสินเชื่อผ่านธนาคารรัฐ โดยใช้ข้อมูลจากเอไอนกกระซิบในโครงการไทยช่วยไทยพลัส และ 4.โครงการพี่ช่วยน้อง SMEs Supply Chain Financing ใช้ใบสั่งซื้อขอสินเชื่อได้ นอกจากนี้ยังมีพันธบัตรรัฐบาลออมพลัส และ TISA
สำหรับการสร้าง เปรียบเสมือนการพาคนไทยขึ้นขบวนรถไฟแห่งอนาคตให้ทัน เพื่อให้คนไทยอยู่บน K-shape ขาขึ้น และช่วยประคองคนที่อยู่บนขาลง และสร้างโอกาส
“วันนี้ต้องไม่ปล่อยให้รถไฟผ่านไปเฉย ๆ ไม่อย่างนั้นจะเปลี่ยนจาก K เป็น A คือขาลงอย่างเดียว วันนี้ไม่เอานู่น ไม่เอานี่ ไม่เอาดาต้าเซ็นเตอร์ ไม่ใช่ครับ วันนี้เราต้องคว้าโอกาสดึงสิ่งที่ดี ๆ แล้วให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยที่สุด ช่วยสร้างรายได้ให้คนไทย สร้างงานให้คนไทย ช่วยผู้ประกอบการไทย ถ้าเราไม่ทำจะกลายเป็น A ขาลง วันนี้ต้องเปลี่ยนจาก A เป็น V ขาขึ้น ทำให้คนขึ้นรถไฟความเร็วสูงที่ผ่านเมืองไทยเป็นรถขบวนใหม่แห่งอนาคตให้ได้” นายเอกนิติกล่าว
นายเอกนิติกล่าวว่า โลกในวันนี้เกิดเทรนด์เอไอ พลังงานสะอาด และเกิดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดจำนวนมาก รวมถึงบริษัทที่ผลิตชิปส่งข้อมูลด้วยแสงที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย รวมทั้งเรื่องสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป จึงผลักดันการใช้โซลาร์ครัวเรือน โดยรัฐจะสนับสนุนครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท ผ่านธนาคารรัฐ
นอกจากนี้ยังสามารถขายไฟให้การไฟฟ้าได้ เปลี่ยนจากผู้ใช้เป็นผู้ผลิตไปในตัว รวมไปถึงสังคมผู้สูงอายุ ที่ใช้สมุนไพรร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งตั้งสนับสนุนให้ผู้ผลิตเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย
“ผมคิดว่าวันนี้เราไม่มีทางเลือก เราต้องซ่อมปัญหาในอดีต ช่วยประคองวันนี้ และช่วยเปลี่ยนผ่านสู่อนาคต โดยที่เราคว้าโอกาสโลกที่เปลี่ยน ทั้งรถไฟความเร็วสูงที่วิ่งผ่านเมืองไทย เราต้องพาคนไทยเข้าสู่เทคโนโลยีใหม่ บีโอไอจึงเปลี่ยนยุทธศาสตร์คือต้องดูคุณค่า
ผมในฐานะประธานบอร์ดบีโอไอ ตั้งแต่เมษายนเราทำยุทธศาสตร์ใหม่ออกมา ใครจะมาลงทุนที่ไทยต้องสร้างคุณค่าให้ไทยด้วย และสร้างอนาคต โอกาสใหม่ ให้คนไทยเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ วันนี้ประเทศไทย การที่เราจะ Beyond Tomorrow สิ่งที่เราต้องทำคือซ่อมและสร้าง และช่วยกันเปลี่ยนผ่านประเทศไทยให้ดีขึ้นในอนาคต” นายเอกนิติกล่าว

