หุ้น IPO ปี’69 ซบเซาทำสถิติต่ำสุด สวนทางเงินไหลเข้าดัชนีพุ่ง 30%

หุ้น IPO ปี’69 ซบเซาทำสถิติต่ำสุด สวนทางเงินไหลเข้าดัชนีพุ่ง 30%
ภาพประกอบข่าว

หุ้น IPO ปี’69 เงียบเหงาหนัก 8 เดือนแรกมีเสนอขายแค่ 2 บริษัท มูลค่าระดมทุนเพียง 575 ล้านบาท สวนทางดัชนีตลาดหุ้นไทยกลับมาโดดเด่นเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้า ดัชนียืนเหนือ 1,600 จุด จากต้นปีปรับตัวเพิ่มขึ้น 30% เติบโตสูงอันดับ 4 ของโลก ตลท.แจงที่ผ่านมาภาวะหุ้นไทยซบเซาส่งผลให้บริษัทจดทะเบียนถอน-เลื่อนระดมทุนไปจำนวนมาก ขณะที่ต้นปียังเจอสงครามอิหร่าน วงในชี้จุดอ่อนสำคัญขั้นตอนเข้าจดทะเบียนใช้เวลานาน ส่งผลกระทบต่อแผน IPO จี้เร่งปรับเกณฑ์ ลุ้น IPO กลับมาคึกคักปี’70

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ว่าปี 2569 บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง จากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาต่อเนื่อง โดยดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 30% นับตั้งแต่ต้นปี กลายเป็นตลาดหุ้นที่มีการเติบโตสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก แต่ในแง่ของการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ยังอยู่ในภาวะซบเซา โดยตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 20 สิงหาคมมีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่เพียง 2 บริษัท มูลค่าระดมทุนรวม 575.92 ล้านบาท

จับตาทำสถิติต่ำสุด

สำหรับ IPO รายแรกของปี 2569 คือ บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ UNIX เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ระดมทุน 340.20 ล้านบาท และล่าสุดก็คือ กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ระดมทุน 235.72 ล้านบาท

ทั้งนี้ย้อนดูสถิติการเสนอขายหุ้นไอพีโอตั้งแต่ปี 2560-2569 จะเห็นว่าจำนวนและมูลค่าหุ้น IPO ปีนี้ลดลงอย่างมาก โดยปี 2560 มีบริษัทเข้าจดทะเบียน 42 บริษัท ระดมทุน 106,279.62 ล้านบาท

ปี 2561 จำนวน 22 บริษัท ระดมทุน 81,572.53 ล้านบาท, ปี 2562 จำนวน 32 บริษัท ระดมทุน 90,838.78 ล้านบาท, ปี 2563 จำนวน 28 บริษัท ระดมทุน 136,043.88 ล้านบาท  

ปี 2564 จำนวน 41 บริษัท ระดมทุน 98,125.09 ล้านบาท, ปี 2565 จำนวน 42 บริษัท ระดมทุน 97,852.50 ล้านบาท, ปี 2566 จำนวน 40 บริษัท ระดมทุน 38,259.50 ล้านบาท, ปี 2567 จำนวน 32 บริษัท ระดมทุน 20,450.89 ล้านบาท, ปี 2568 จำนวน 18 บริษัท ระดมทุน 8,151.70 ล้านบาท 

สำหรับปี 2569 (8 เดือนแรก) มีเพียง 2 บริษัท ระดมทุน 575.92 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นการทำสถิติต่ำสุดในรอบกว่า 15 ปี ทั้งในแง่จำนวนบริษัทและมูลค่า โดยในปี 2554 มีการเสนอขายหุ้นไอพีโอต่ำสุดอยู่ที่ 10 บริษัท มูลค่าการระดมทุน 18,463 ล้านบาท

รายงานข่าวระบุว่า การลดลงของหุ้น IPO ปีนี้ถือเป็นผลต่อเนื่องจากภาวะตลาดหุ้นและเศรษฐกิจในช่วงก่อนหน้า โดยดัชนีตลาดหุ้นไทยเรียกว่าอยู่ในช่วงซบเซามาหลายปี

โดยปี 2568 ดัชนีปิด 1,259.67 จุด ทำให้

หลายบริษัทเลือกชะลอแผนเข้าตลาด แม้ตลาดหุ้นไทยจะเริ่มฟื้นตัวในปี 2569 แต่การเตรียมบริษัทเพื่อเข้าจดทะเบียนต้องใช้เวลา ทำให้การฟื้นตัวของตลาดยังไม่สะท้อนออกมาเป็นจำนวน IPO ในทันที

IPO ปี’70 กลับมาคึกคัก

นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์เสนอขายหุ้น IPO ในช่วง 8 เดือนแรก ที่มีบริษัทเข้าจดทะเบียนเพียง 2 บริษัท ถือว่าน้อยกว่าปกติ แต่เป็นผลต่อเนื่องจากภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงก่อนหน้า ขณะที่กระบวนการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียนโดยปกติใช้เวลาประมาณ 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง 

ดังนั้นจำนวนบริษัท IPO ที่เข้าจดทะเบียนปีนี้จึงสะท้อนภาวะตลาดในช่วงก่อนหน้า ซึ่งดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  ทำให้บริษัทที่มีแผนระดมทุนหลายแห่งเลือกชะลอและรอดูสถานการณ์  ขณะที่ปีนี้ตลาดหุ้นที่ปรับตัวดีขึ้นและเริ่มมีเสถียรภาพ จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้บริษัทต่าง ๆ กลับมาเดินหน้าแผนเข้าตลาดทุนอีกครั้ง

เมื่อสภาวะตลาดวันนี้ดีแล้ว ทุกคนก็จะทยอยยื่นไอพีโอ เพราะฉะนั้นมองว่าปีหน้าจะเริ่มมีการยื่นไฟลิ่งและเข้ามาเทรดค่อนข้างเยอะ

นายสรวิศกล่าวว่า แนวโน้มตลาด IPO ในปี 2570 คาดจะดีขึ้นอย่างชัดเจน จากการพูดคุยกับที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) หลายราย พบว่าบริษัทที่สนใจเข้าจดทะเบียนแต่ก่อนหน้านี้อยู่ระหว่างรอดูภาวะตลาดเริ่มกลับมาตัดสินใจเดินหน้าอีกครั้ง หลังตลาดหุ้นปรับตัวดีขึ้นและมีเสถียรภาพมากขึ้น

ปรับเกณฑ์หนุนธุรกิจใหม่

สำหรับประเด็นที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างการปรับหลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนบริษัทเข้าจดทะเบียนนั้น  นายสรวิศกล่าวว่า ไม่ควรมองว่าเป็นการปรับเกณฑ์เพื่อให้บริษัทเข้าตลาดง่ายขึ้น
เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้ลดทอนมาตรฐาน หรือคุณภาพของบริษัทจดทะเบียน แต่เป็นการปรับปรุงกระบวนการ รวมถึงมาตรการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ New Economy เพื่อสนับสนุนบริษัทในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ให้เข้าถึงตลาดทุนมากขึ้น โดยยังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริษัทจดทะเบียนเป็นหลัก

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า แนวโน้มการเข้าจดทะเบียนในตลาด mai ช่วงที่เหลือของปี 2569 คาดจะทยอยมีบริษัทเข้ามาเพิ่มเติม โดยปัจจุบันมีบริษัทที่อยู่ระหว่างกระบวนการและมีโอกาสเข้าซื้อขายภายในปีนี้อีกหลายราย คาดตลอดปี 2569 จะมีหุ้น IPO เข้าจดทะเบียนในตลาด mai ประมาณ 5 บริษัท 

กรณีที่ปีนี้มีหุ้น IPO เข้าเทรดในตลาดน้อย มองว่าเป็นไปตามวัฏจักรของตลาดทุน หลังจากราคาหุ้นในช่วงก่อนหน้าปรับตัวลดลง ส่งผลให้หลายบริษัทชะลอแผนระดมทุนและการเข้าจดทะเบียนออกไป

จุดอ่อนขั้นตอนจดทะเบียนนาน 

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีแรกมีหุ้น IPO ออกมาน้อย เนื่องจากสภาพตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยและความไม่แน่นอน บริษัทส่วนใหญ่ที่มีแผนระดมทุนเลือกที่จะชะลอหรือถอนตัวออกไปก่อน เพราะไม่มั่นใจในสภาวะตลาด อย่างต้นปีก็มีสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน ทำให้นักลงทุนและบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนเกิดความกังวลจนต้องถอยหรือชะลอออกไปอีกรอบ

ปัญหาหลักอย่างหนึ่งมองว่าเป็นที่ขั้นตอนเข้าจดทะเบียนในไทยใช้เวลานานกว่าในต่างประเทศ  ซึ่งทำให้ยากต่อการวางแผนธุรกิจ โดยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาทุกภาคส่วนก็พยายามที่จะลดระยะเวลานี้ลง โดยมีการปรับปรุงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เป็นสากลและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ถือว่าดำเนินการเสร็จสิ้นไปกว่า 95% แล้ว 

เปิด Fast Track บริษัทที่ได้ BOI

นายไพบูลย์กล่าวว่า พร้อมกันนี้รัฐบาลมีการหารือเกี่ยวกับการนำระบบ Fast Track มาใช้ โดยเฉพาะบริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อให้สามารถเข้าสู่ตลาดทุนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยภาครัฐและเอกชนเห็นตรงกันว่าต้องการพัฒนาตลาดทุนให้มีกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ ๆ มากขึ้น ซึ่งจะมีการพิจารณาเรื่องการให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น การขยายระยะเวลาสิทธิประโยชน์ทางภาษีของ BOI สำหรับบริษัทที่เข้ามาจดทะเบียนในไทย เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้คนไทยได้เข้าถึงความเป็นเจ้าของธุรกิจที่ดี และทำให้ตลาดทุนไทยมีต้นทุนการระดมทุนที่แข่งขันได้ในระดับโลก

เศรษฐกิจแย่-ผลงาน บจ.ไม่ดี

นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า สำหรับเกณฑ์การยื่น IPO ที่ต้องใช้ผลประกอบการปีล่าสุด และผลประกอบการ 3 ปีล่าสุดมาพิจารณา เป็นผลทำให้จำนวนการ IPO ลดน้อยลง เพราะผู้ออกหลักทรัพย์ส่วนใหญ่มีผลประกอบการไม่ดีจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ผลประกอบการยังไม่ได้ตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งเงื่อนไขเอาไว้

นอกจากนี้ ขั้นตอนการยื่นไฟลิ่งต้องใช้ระยะเวลาอย่างเร็ว 5 – 6 เดือน จึงจะสามารถขาย IPO ซึ่งปีที่แล้วทั้งภาวะตลาดก็ไม่ดี ทำให้มีการยื่นไฟลิ่งน้อย จึงส่งผลมาถึงในปีนี้ว่าทำไมถึงมีจำนวน IPO น้อยกว่าหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา

หุ้นเล็กไม่เข้าธีมตลาด

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ส่วนการที่ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ฟื้นตัวแรงช่วงที่ผ่านมาของปีนี้ เป็นการขึ้นโดยหุ้นขนาดใหญ่ในดัชนี SET50 และ SET100 เท่านั้น ยังไม่มีหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้หุ้นธีมนี้ยังไม่น่าสนใจ ส่งผลมาถึงการขาย IPO ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขนาดกลาง-เล็ก ดังนั้น จึงไม่อยู่ในธีมของตลาดในช่วงนี้

อย่างไรก็ตาม คาดว่าช่วงที่เหลือของปีจะมีผู้ออกหลักทรัพย์ทยอยยื่นไฟลิ่งอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นช่วงที่งบการเงินออกมาครบแล้ว ดังนั้น ช่วงปลายปีการขายหุ้น IPO น่าจะคึกคักขึ้น ส่วนบางบริษัทที่ผลการดำเนินงานไม่ดีก็อาจจะเลื่อนการยื่นไฟลิ่งออกไปอีกเป็นปีหน้าได้เหมือนกัน

9 บริษัทเข้าคิว IPO

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีบริษัทยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) แล้ว รอเสนอขายหุ้น IPO อีก 9 บริษัท เป็นการจดทะเบียนเข้า SET 3 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TNCC ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มCoca-Cola (ได้รับอนุมัติแล้ว), 2.บริษัท ซูน คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ SUEN ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง คอนกรีต และเหมืองหิน  และ 3.บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPAK  ธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษและกล่องลูกฟูก

และบริษัทที่เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai จำนวน 6 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)  

2.บริษัท เพ็ทพัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท ควิก ทรานส์เฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) 4.บริษัท แกรนด์ คอส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) 5.บริษัท พร้อมไดโน เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) และ 6.บริษัท อาร์คิเทคทูรา จำกัด (มหาชน) รวมทั้ง 9 บริษัทมีหุ้นที่เตรียมเสนอขาย IPO ประมาณ 1,403.14 ล้านหุ้น

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚