คาด SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,540 – 1,570 จุด ลุ้นสงครามจบ-บอนด์ยีลด์ปรับลง

คาด SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,540 – 1,570 จุด ลุ้นสงครามจบ-บอนด์ยีลด์ปรับลง
ภาพประกอบข่าว

บล.พาย คาด SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,540 – 1,570 จุด เหตุบรรยากาศการลงทุนยังเป็นบวก หนุนจากการปรับขึ้นของ DowFuture-KOSPI สัญญาณสงครามค่อย ๆ ผ่อนคลาย-บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทย (SET) วันนี้ (26 พ.ค.) มีบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์พาย คาดว่า SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,540 – 1,570 จุด โดยมองว่าบรรยากาศการลงทุนยังเป็นบวกหนุนจากการปรับขึ้นของ DowFuture +0.7% และ KOSPI +2.4%

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับลงต่อเนื่อง (แม้เช้านี้จะ +เล็กน้อยราว 1.6%) แต่ปรับลงมาจากกลางเดือน พ.ค. -13% ประเมินนักลงทุนน่าจะอยู่ในช่วงคาดหวังว่าสงครามจะค่อย ๆผ่อนคลายลง ซึ่งดีกับตลาดหุ้นในภาพรวมและกลุ่ม Anti Oil ในประเทศรายงานส่งออกขยายตัวเด่นหลักๆจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (+HANA DELTA ในเชิงจิตวิทยา) อย่างไรก็ตาม Valuation SET อาจเริ่มสูงจึงควรมองโอกาสถือเงินสดมากขึ้น Top Pick Sector เน้นที่ Non Bank สายการบิน โรงไฟฟ้า

โดยวานนี้ (25 พ.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดเนื่องในวัน Memorial Day (วันรำลึกถึงผู้พลีชีพเพื่อชาติ) ตลาดหุ้น EU,DAX ปรับขึ้นโดยเฉลี่ย 1.5-2% ราคาน้ำมันดิบ BRT ปรับลง (-5.8%) แต่ราคาทองคำขยับมาปิดแดนบวก (+1.3%) เงินบาทแข็งค่าทดสอบ 32.5 บาท /ดอลลาร์ จากก่อนหน้าที่ 32.8 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ
นอกจากนี้ อีกสัญญาณที่น่าจับตาคือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (BondYield) สหรัฐปรับลงต่อเนื่องเช่นกัน หากน้ำมันปรับลงต่อเนื่องก็เป็นไปได้ที่ Bond Yield จะค่อย ๆ ลดลง ซึ่งดีกับทุก ๆ สินทรัพย์โดยเฉพาะ TECHSECTOR

ขณะที่เมื่อคืนนายโดนัลด์ ทรัมป์ออกมาระบุว่าเจรจากับอิหร่านเป็นไปอย่างราบรื่นและมันจะต้องเป็นข้อตกลงที่ยอดเยี่ยม

ปัจจัยติดตามคืนนี้ คือดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB Consensus คาดหมายไว้ที่ 91.9 จากนี้รอติดตามความเห็นของนักลงทุนเกี่ยวกับดอกเบี้ยหากมีสัญญาณผ่อนคลายจะหนุนตลาดหุ้น

ด้านปัจจัยในประเทศ ส่งออกเดือน เม.ย. (+23%YoY) หนุนจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า (+DELTA HANA) ฝั่งสินค้าเกษตรพบการส่งออกทุเรียน เงาะเติบโตแข็งแกร่งแต่อย่างไรก็ตามการนำเข้าเติบโตถึง 45%YoYกดดันขาดดุลการค้า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สินค้านำเข้าหลักได้แก่แผงวงจร (+133%YoY) น้ำมัน +170%YoY

ทั้งนี้ บล.พาย แนะนำกลยุทธ์การลงทุน โดยให้กลับมาเน้นที่ Anti Oil เช่นกลุ่มสายการบิน (AAV BA) Non Bank (MTC SAWAD) กลุ่มโรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF) ค้าปลีก (CPALL CPN) นิคมอุสาหกรรม (AMATA WHA)

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚