ตลท.คาด IPO ปีนี้เทรดไม่เกิน 10 บริษัท ลุ้นปี’70 ฟื้น หุ้นใหญ่-กองทุนมูลค่า 5 หมื่นล้านจ่อคิว

ตลท.คาด IPO ปีนี้เทรดไม่เกิน 10 บริษัท ลุ้นปี’70 ฟื้น หุ้นใหญ่-กองทุนมูลค่า 5 หมื่นล้านจ่อคิว
ภาพประกอบข่าว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประเมิน IPO ปี 2569 เข้าเทรดไม่เกิน 10 บริษัท จับตาปี 2570 กลับมาคึกคักหลังประกาศงบปีนี้ เผยมีหุ้นใหญ่-กองทุนมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาทยื่นไฟลิ่งแล้ว พร้อมเร่งปรับเกณฑ์รับธุรกิจ New Economy ภายในปีนี้ ย้ำ TNCC ไฟลิ่งหมดอายุ ไม่ใช่ถอน IPO เดินหน้าชวนกลับเข้าตลาดทุน

นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ในปี 2569 คาดจะมีบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่เกิน 10 บริษัท โดยปัจจุบันมีหุ้น IPO เข้าซื้อขายแล้ว 5 บริษัท และเตรียมเข้าเทรดเพิ่มเติมอีกประมาณ 1-2 บริษัท

สรวิศ ไกรฤกษ์

ขณะที่บริษัทซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีจำนวน 13 บริษัท ซึ่งต้องติดตามความพร้อมและความคืบหน้าของแต่ละแห่งก่อนเข้าสู่ตลาดทุน

สำหรับแนวโน้มตลาด IPO ปี 2570 คาดจะกลับมาคึกคักมากขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงหลังเดือนมีนาคมเป็นต้นไป ภายหลังบริษัทต่าง ๆ ประกาศผลประกอบการประจำปี 2569 ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการประเมินสถานะทางธุรกิจและตัดสินใจเกี่ยวกับแผนระดมทุนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ใน Pipeline ปี 2570 มีทั้งหุ้นขนาดใหญ่และกองทุนขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าระดับกว่า 50,000 ล้านบาท ซึ่งยื่นไฟลิ่งแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมด้านการตลาด โดยบริษัทผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์กำลังทดสอบความต้องการลงทุน (Market Sounding) จากนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อประเมินกระแสตอบรับก่อนดำเนินการในขั้นตอนถัดไป

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของตลาด IPO ยังขึ้นอยู่กับภาวะตลาดทุน ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และความพร้อมของบริษัทที่จะระดมทุน โดยมองว่าการประกาศงบการเงินประจำปีจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการซึ่งเคยชะลอแผนเข้าจดทะเบียนกลับมาพิจารณาเดินหน้าอีกครั้ง

นายสรวิศ กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมธุรกิจเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) เข้าสู่ตลาดทุน ผ่านความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ภายใต้โครงการ BOI to IPO เพื่อสนับสนุนบริษัทที่มีศักยภาพให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ

ขณะเดียวกัน อยู่ระหว่างทบทวนนิยามกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี (Sector Tech) รวมถึงพิจารณาปรับเกณฑ์มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) สำหรับธุรกิจ New Economy ให้สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจและโครงสร้างอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยคาดว่าจะประกาศรายละเอียดได้ภายในปี 2569

ส่วนกรณีหุ้น IPO กลุ่มเทคโนโลยีที่เข้าซื้อขายล่าสุดและราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น มองว่าเป็นปัจจัยเฉพาะตัวของแต่ละบริษัท แต่กระแสตอบรับดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อตลาด IPO โดยเฉพาะธุรกิจเทคโนโลยีและเศรษฐกิจใหม่

“การปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้มุ่งเพิ่มความเหมาะสมในการรองรับธุรกิจรูปแบบใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้บริษัทที่มีศักยภาพสามารถระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มากขึ้น” นายสรวิศ กล่าว

สำหรับบรรยากาศการลงทุนในตลาดทุนไทย เริ่มมีปัจจัยบวกเข้ามาสนับสนุน ทั้งจากพัฒนาการเศรษฐกิจโลกภายหลังการประชุม IMF-World Bank รวมถึงผลการเดินทางไปโรดโชว์ที่ประเทศอังกฤษร่วมกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันต่างชาติเป็นอย่างมาก

โดยนักลงทุนต่างชาติได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจไทย สะท้อนถึงความสนใจติดตามโอกาสการลงทุนและศักยภาพของตลาดทุนไทย ซึ่ง ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองว่าบรรยากาศการลงทุน (Sentiment) ที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น จะเป็นแรงสนับสนุนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ และช่วยกระตุ้นให้บริษัทที่เคยชะลอแผน IPO กลับมาพิจารณาระดมทุนในปีหน้า
แจง TNCC ไฟลิ่งหมดอายุ ไม่ใช่ถอน IPO

นายสรวิศ ยังกล่าวถึงกรณีบริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TNCC ว่า การที่ไฟลิ่งฉบับเดิมหมดอายุเมื่อครบกำหนด 1 ปี ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายความว่าบริษัทตัดสินใจถอนแผนเสนอขายหุ้น IPO แต่เป็นการสิ้นสุดอายุของเอกสารตามระเบียบ ส่งผลให้รายชื่อบริษัทออกจากระบบการพิจารณา

หาก TNCC มีความพร้อมและประสงค์จะกลับมายื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (Filing) ใหม่ สามารถดำเนินการได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเว้นระยะเวลาหลังจากไฟลิ่งเดิมหมดอายุ

ปัจจุบัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังอยู่ระหว่างหารือและชักชวนให้ TNCC กลับมายื่นไฟลิ่งเพื่อเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม กำหนดเวลาและการตัดสินใจขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับความพร้อมของบริษัทเป็นสำคัญ

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚