‘กรมศุลกากร’ ยกเครื่องอีกครั้ง ! ปรับตัวรับมือการค้าโลกยุคใหม่

‘กรมศุลกากร’ ยกเครื่องอีกครั้ง ! ปรับตัวรับมือการค้าโลกยุคใหม่
ภาพประกอบข่าว

กรมศุลกากรยกเครื่องอีกครั้ง ! ในโอกาสครบรอบ 152 ปี โดยเปลี่ยนผ่านองค์กรครั้งสำคัญ ภายใต้แนวคิด “NEXT DRIVE CUSTOMS” และวิสัยทัศน์การก้าวสู่มิติใหม่ขององค์กรที่พร้อมขับเคลื่อนไปสู่ศุลกากรแห่งอนาคต ที่ทันสมัย โปร่งใส เข้าถึงง่าย พร้อมปรับเปลี่ยนบทบาทให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ 

โดย “พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์” อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 152 ปี กรมศุลกากรได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนบทบาทอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งในปีนี้กรมศุลกากรขานรับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงการคลังอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง ภายใต้นโยบาย “10 พลัส” และ “ENGINE เสาหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” 

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศของกรมศุลกากร ประกอบด้วย 3 มิติสำคัญ ได้แก่ TRADE ENABLER การใช้มาตรการทางศุลกากรเพื่อกระตุ้นให้เกิดการค้า, SOCIAL PROTECTOR การคุ้มครองสังคมและความมั่นคงของประเทศ และ REVENUE COLLECTOR การจัดเก็บรายได้ทุกประเภทของรัฐให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม

“พันธ์ทอง” กล่าวว่า การจัดเก็บรายได้ ช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค. 68 – มิ.ย. 69) กรมสามารถจัดเก็บรายได้รวม 476,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคิดเป็นอากรศุลกากร 85,766 ล้านบาท และการจัดเก็บรายได้แทนกรมสรรพากร 308,016 ล้านบาท กรมสรรพสามิต 43,725 ล้านบาท และกระทรวงมหาดไทย 38,596 ล้านบาท

ส่วนบทบาท SOCIAL PROTECTOR กรมได้ดำเนินมาตรการปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยสามารถตรวจยึดของผิดกฎหมาย รวมถึงการตรวจพบความผิดกรณีหลีกเลี่ยงค่าภาษีอากรได้รวมถึง 43,796 คดี  สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 20% คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าคิดเป็น 26.5%

“ผลงานการจับกุมที่สำคัญ คือ สามารถตรวจยึดยาเสพติดให้โทษ อาทิ ไอซ์ เฮโรอีน ยาบ้า เคตามีน โคเคน ได้รวมถึง 214 คดี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 691 ล้านบาท ปริมาณรวมกว่า 917 กิโลกรัม อีกทั้งสามารถตรวจยึดบุหรี่ผิดกฎหมาย รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ประกอบอีก 2,537 คดี มูลค่ารวมกว่า 370 ล้านบาท ปริมาณรวมกว่า 65 ล้านชิ้น”

นอกจากนี้ ในช่วง 9 เดือนแรกกรมยังสามารถตรวจยึดสินค้ากัญชาได้ถึง 3,309 คดี ปริมาณรวม 37,210 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 474 ล้านบาท 

“บทบาทของกรมศุลกากรในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการกำกับดูแลสินค้านำเข้า หากยังครอบคลุมการเฝ้าระวังและสกัดกั้นการลักลอบส่งออกสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อคุ้มครองภาพลักษณ์ของประเทศและรักษาความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในเวทีการค้าระหว่างประเทศอีกด้วย”

ด้านบทบาท TRADE ENABLER กรมได้ร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูประบบศุลกากรตลอด 9 เดือนแรกที่ผ่านมา โดยทำงานร่วมกับภาคเอกชน ภาคธุรกิจ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผ่านการประชุมหารือและเวทีรับฟังความคิดเห็นภายใต้แนวคิด “รับฟัง เพื่อพัฒนา และร่วมสร้างอนาคต” เพื่อนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ พิธีการ และกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับบริบทการค้าโลกและความต้องการของภาคธุรกิจ ลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ อำนวยความสะดวกทางการค้า และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเกิดผลเป็นรูปธรรมผ่านมาตรการสำคัญ อาทิ การจัดเก็บภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ตั้งแต่บาทแรกสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันระหว่างสินค้านำเข้าและสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ, การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีอากรและสร้างระบบการค้าที่เป็นธรรม, การพัฒนาระบบถ่ายลำสินค้าทางเรือด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์  ลดระยะเวลาการตรวจปล่อยสินค้า จากเฉลี่ย 4.58 วัน เหลือเพียง 0.65 วัน, การให้บริการพิธีการศุลกากรตรวจปล่อยสินค้าบางส่วน (Partly) ณ สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าลาดกระบัง 

“กรมยังได้ปรับปรุงระเบียบกรมศุลกากรว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและรางวัล เพื่อยกเลิกสิทธิการรับเงินรางวัลของผู้บริหารระดับสูง และเดินหน้าผลักดันยกเลิกการจ่ายเงินรางวัลของพนักงานศุลกากรทุกระดับ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ลดผลประโยชน์ทับซ้อน และสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจ นักลงทุน และประชาชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาระบบศุลกากรไทยให้มีประสิทธิภาพ และพร้อมรองรับการค้าโลกในอนาคต” อธิบดีกรมศุลกากรกล่าว

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚