‘คลัง’ เขย่าโผโยกย้าย แรงกระเพื่อม ‘อธิบดีสรรพากร’ ลาออก

‘คลัง’ เขย่าโผโยกย้าย แรงกระเพื่อม ‘อธิบดีสรรพากร’ ลาออก
ภาพประกอบข่าว

โจทย์เร่งด่วนของกระทรวงการคลังตอนนี้ นอกจากเตรียมแหล่งเงิน “ตุนกระสุน” ไว้จัดทำมาตรการดูแลปากท้องประชาชนแล้ว ยังมีอีกเรื่องที่คนกระทรวงการคลังหลายคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ควรต้องเร่งดำเนินการ ก็คือการแต่งตั้ง “อธิบดีกรมสรรพากร” คนใหม่เข้ามาแทน “กุลยา ตันติเตมิท” ที่ตัดสินใจยื่นลาออกจากราชการในวัย 54 ปี ทิ้งโอกาสก้าวขึ้นสู่เก้าอี้ “ปลัดกระทรวงการคลัง” ในฐานะ “ปลัดหญิงคนแรก” ไว้ในลิ้นชักความทรงจำ ซึ่งมีการมอบดอกไม้อำลากันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเย็นวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา

ปิดฉากชีวิตรับราชการ 25 ปีลง โดย “กุลยา” บอกว่าจะไปทำงานบริษัทของเพื่อน ที่ผลิต “สาหร่าย” มีวางจำหน่ายในร้านค้าเซเว่น-อีเลฟเว่น ไม่ได้จะไปนั่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อย่างที่เคยมีกระแสข่าวแต่อย่างใด ซึ่งล่าสุดทางบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) และ บมจ.เอสซีบี เอกซ์ (SCB) ได้แจ้งการลาออกจากบอร์ดในบริษัท รวมถึงบริษัทในเครือของ “กุลยา” ทั้งหมดด้วย

ตั้ง “ที่ปรึกษา-รองอธิบดี” รักษาการ

ขณะที่ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เซ็นคำสั่งในนาม รมว.คลัง ประกาศแต่งตั้ง “ผู้รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร” มีผลตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. 2569 เป็นต้นไป โดยให้รักษาการเรียงลำดับตามนี้ 1.นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) 2.นายเกรียงศักดิ์ ประสงค์สุกาญจน์ ที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ 3.นางสาวภิญญู กำเนิดหล่มที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

4.นางสาวสลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกรรมทางการเงินการธนาคาร) 5.นางสาวจิตรา ณีศะนันท์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาฐานภาษี 6.นายภาวุวัฒน์ เหลืองวิไล รองอธิบดี 7.นายสุรยุทธ กอบกิจพานิชผล รองอธิบดี 8.นายกฤดา กฤติยาโชติปกรณ์ รองอธิบดี และ 9.นางสาวขวัญรัก สุวรรณรัมภา รองอธิบดี

สรรพากรกรมจัดเก็บ “เบอร์ 1”

ถามว่า เหตุใดการแต่งตั้ง “อธิบดีกรมสรรพากร” จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน ?

คำตอบก็คือ กรมสรรพากรเป็นกรมหลัก “อันดับ 1” ในการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล สัดส่วนกว่า 80% ของรายได้รัฐบาลทั้งหมด ขณะที่ตัวเลขผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลล่าสุด ครึ่งปีงบประมาณ 2569 (ต.ค. 68-มี.ค. 69) จัดเก็บได้สุทธิ 1,243,788 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการเพียงแค่ 0.6% หรือแค่กว่า 7,400 ล้านบาท

ซึ่งในส่วนของกรมสรรพากร เก็บได้ 992,096 ล้านบาท เกินเป้าอยู่ประมาณ 7,400 ล้านบาทเช่นเดียวกัน หรือเกินเป้าแค่ 0.8%

เรียกได้ว่า “ปริ่มเป้า” เพราะเก็บเกินเป้าไม่ถึงระดับ “หมื่นล้าน”

ขณะที่รัฐบาลต้องพยายามจัดเก็บรายได้ให้ได้ตามเป้ามากที่สุด เพราะไม่ต้องการให้กระทบต่อ “ฐานะการคลัง” ดังนั้น การจะปล่อยให้ตำแหน่งหน่วยงานสำคัญในการจัดเก็บรายได้ “ว่างเว้น” นาน ก็อาจจะกระทบต่อนโยบายการจัดเก็บรายได้ แม้จะตั้งรองอธิบดี “รักษาการ” แต่การขับเคลื่อนนโยบายก็อาจจะไม่เหมือนอธิบดี “ตัวจริง”

ยอดเก็บรายได้ไม่ดี-รอ ก.ย.ไม่ได้

และแม้ว่าสิ้นปีงบประมาณ 2569 หรือสิ้นเดือน ก.ย.นี้จะมีข้าราชการระดับอธิบดีเกษียณอายุราชการด้วยกัน 3 ราย ได้แก่ นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์, นางสาวศุกร์ศิริ อภิญญานุวัฒน์ รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านทรัพย์สิน และนางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)

แต่การจะรอแต่งตั้งโยกย้ายรอบเดียวน่าจะไม่ทันการณ์กับสถานการณ์จัดเก็บรายได้ที่หืดจับอยู่ในขณะนี้

โดยเฉพาะกรมสรรพากรนั้น ช่วงสิ้นเดือน พ.ค.นี้จะมีภาษีสำคัญก้อนใหญ่ที่จะเข้ามา คือ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่เป็นผลประกอบการของธุรกิจในช่วงครึ่งหลังปี 2568 ที่จะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี ภ.ง.ด.50 ในช่วงสิ้นเดือน พ.ค.-มิ.ย.นี้ ซึ่งยังต้องลุ้นกันว่าจะ “เข้าเป้า” หรือไม่ เพราะช่วงที่ผ่านมามีสัญญาณไม่ค่อยดีจากภาษีของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ (LTO) ที่ยังค่อนข้างต่ำ

ตัวเต็งอธิบดีสรรพากรคนใหม่

กระแสคาดการณ์ว่า “ใคร” คือผู้จะได้รับการแต่งตั้งเป็น “อธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่” มีมาเป็นระลอก โดยรายชื่อที่ถูกโยนหินออกมา มีทั้ง “วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ” ที่ปัจจุบันนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อยู่ เพราะทำงานร่วมกับผู้ใหญ่ได้ดี สามารถประสานระหว่างรัฐมนตรีและปลัดได้ดี หรือจะเป็น “แพตริเซีย มงคลวนิช” อธิบดีกรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นลูกหม้อกรมสรรพากร

อย่างไรก็ดีรายชื่อที่มาแรงกว่าใครเพื่อนกลับเป็นชื่อของ “พรชัย ฐีระเวช” อธิบดีกรมสรรพสามิต ศิษย์เก่า “สวนกุหลาบ” ที่อาวุโสกว่า และเป็นที่ยอมรับจากผู้หลักผู้ใหญ่ของรัฐบาล

จ่อขยับหลายตำแหน่ง

ซึ่งหาก “พรชัย” โยกมานั่งอธิบดีกรมสรรพากร เก้าอี้อธิบดีกรมสรรพสามิตที่ว่างลงก็มีชื่อแคนดิเดตผู้ที่จะไปดำรงตำแหน่งแทน ทั้ง “ธิบดี วัฒนกุล” ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ที่ก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการกรมสรรพสามิต

รวมถึงยังมีชื่อที่มาแรงอย่าง “อัครุตม์ สนธยานนท์” อธิบดีกรมธนารักษ์ ที่เคยเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี กรมสรรพสามิตมาก่อน อาจจะทิ้งทวนกลับไปรับตำแหน่งก่อนเกษียณ ซึ่งหากชื่ออธิบดีกรมสรรพสามิตเป็น “อัครุตม์” ก็มีโอกาสที่ “คณาวุฒิ สิติธีรพันธุ์” ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง จะได้กลับไปเป็นอธิบดีกรมธนารักษ์ ในฐานะลูกหม้อ

ทุกอย่างเป็นไปตามวิถีที่ผันแปรตามสถานการณ์ ที่มีสมการทางการเมืองเป็นตัวชี้ขาด

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚