SET เจอแรงกดดันน้ำมันพุ่ง-บอนด์ยีลด์ขาขึ้น แนะหลบเข้า “Value Stock” ชูแบงก์-ค้าปลีก

SET เจอแรงกดดันน้ำมันพุ่ง-บอนด์ยีลด์ขาขึ้น แนะหลบเข้า “Value Stock” ชูแบงก์-ค้าปลีก
ภาพประกอบข่าว

บล.พาย ประเมินหุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,585-1,610 จุด จับตาราคาน้ำมัน และบอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่ง กดดันสินทรัพย์เสี่ยง มองหุ้น Value มีโอกาส Outperform ชู BBL-KKP-KTB-SCB-KBANK พร้อม ADVANC-CPALL-CPN-HMPRO-CRC

บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นเริ่มเผชิญแรงกดดันจากทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Bond Yield) ที่ขยับสูงขึ้น โดยภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ประเมินว่าหุ้นคุณค่า (Value Stock) มีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าหุ้นเติบโต (Growth Stock)

สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนี Dow Jones Industrial Average (DJIA) ปิดลดลง 374 จุด หรือ 0.7% ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนว่าราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ หลังราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดบวก 2.7% จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งอาจกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม หุ้นบางส่วนยังปรับตัวขึ้น โดย NVIDIA (NVDA) เพิ่มขึ้น 1.5% Micron Technology (MU) เพิ่มขึ้น 2.8% Exxon Mobil (XOM) เพิ่มขึ้น 2.7% และ Tesla (TSLA) เพิ่มขึ้น 6%

ในขณะที่ตลาดการเงินกลับมาให้น้ำหนักกับทิศทางสงครามและความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมากขึ้น ขณะที่ US Bond Yield ปรับตัวขึ้นแรง โดยเฉพาะพันธบัตรอายุ 2 ปีและ 10 ปี ซึ่งขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่นับตั้งแต่เดือน ม.ค. ขณะที่ Bond Yield อายุ 30 ปี ฟื้นตัวขึ้นเช่นกัน หลังจากก่อนหน้านี้ปรับลดลง

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อทิศทาง Bond Yield รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งว่าจะมีสัญญาณผ่อนคลายลงหรือไม่ เนื่องจากอาจเป็นปัจจัยช่วยลดแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) โดยล่าสุด CME FedWatch ให้น้ำหนักมากกว่า 65% ต่อโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย.

ขณะที่ช่วงปลายสัปดาห์ต้องติดตามข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐ ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจด้านดอกเบี้ย ส่วนคืนนี้ติดตามตัวเลขตำแหน่งงานเปิดรับสมัครของสหรัฐ ซึ่งตลาดคาดไว้ที่ 7.3 ล้านตำแหน่ง

สำหรับปัจจัยในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจเดือน ก.ค. 2569 ว่า เศรษฐกิจขยายตัวจากเดือนก่อน โดยได้รับแรงส่งจากสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยี รวมถึงแรงสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่ง บล.พาย มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น AMATA, WHA, HANA, KCE และ DELTA

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ ประเมิน SET Index เคลื่อนไหวในกรอบ 1,585-1,610 จุด กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้น้ำหนักหุ้น Value Stock โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร ได้แก่ BBL, KKP, KTB, SCB และ KBANK กลุ่มสื่อสาร ADVANC กลุ่มค้าปลีกและพาณิชย์ ได้แก่ CPALL, CPN, HMPRO และ CRC รวมถึงกลุ่มท่องเที่ยว ได้แก่ AOT, CENTEL และ MINT

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚