BAM คงเป้าผลเรียกเก็บ 1.79 หมื่นล้าน ดัน “เริ่มต้นใหม่” แก้หนี้รายย่อย

BAM คงเป้าผลเรียกเก็บ 1.79 หมื่นล้าน ดัน “เริ่มต้นใหม่” แก้หนี้รายย่อย
ภาพประกอบข่าว

BAM โชว์ผลงาน Q1/69 กวาดกำไร 217 ล้าน คงเป้าผลเรียกเก็บ 17,900 ล้านบาท หลังปรับโมเดลโฟกัสขายทรัพย์เล็ก ดันโครงการ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” ช่วยลูกหนี้รายย่อยตั้งหลักทางการเงิน ลดเงินต้นสูงสุด 30%

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า ในส่วนของผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 สร้างผลเรียกเก็บได้ 3,026 ล้านบาท และมีกำไรกว่า 217 ล้านบาท จากการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่โฟกัสการขายทรัพย์ขนาดเล็ก-กลาง แก้เกมปัญหารีเจคเรทพุ่งสูง 67-70% และการอนุมัติสินเชื่อวงเงิน 3 ล้านบาทที่ผ่านเพียง 50%

โดยบริษัทฯคงเป้าหมายผลเรียกเก็บไว้ทั้งปีที่ 17,900 ล้านบาท เป้ากำไรสุทธิ 2,000 ล้านบาท และเป้าผลเรียกเก็บเงินสดที่ระดับ 17,900-18,000 ล้านบาท ด้วยการวางแนวทางการสร้างกระแสเงินสดทั้งจากการปรับโครงสร้างหนี้อย่างเหมาะสม

“เราให้ความสำคัญกับการลดภาระหนี้อย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่ผมเข้ามารับตำแหน่งเรามีหนี้รวมเกือบ 90,000 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ที่ 70,000 ล้านบาท และอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) สูงเกือบ 3 เท่า ลดลงเหลือ 1.96 เท่า ทำให้การตั้งเป้าของเรา คือ การไม่เป็นคนที่แบกภาระหนี้สูง ไม่ก่อหนี้ใหม่ และหันมาใช้กระแสเงินสดในการดำเนินงานเป็นหลักเพื่อรักษา Cash Flow ขององค์กรให้แข็งแรง”

นอกจากนี้ยังตั้งเป้าในการซื้อทรัพย์ 5,000-8,000 ล้านบาท ขณะที่พยายามลดการตั้งหนี้สำรองในปีนี้ให้เหลือไม่เกิน 1,500 ล้านบาท จาก 2,100 ล้านบาทในปีที่ผ่าน เพื่อลดภาระขององค์กรตามการดำเนินกลยุทธ์ใหม่ต่อจากนี้ไป

อีกทั้งการช่วยกลุ่มเปราะบางในการเข้าถึงโอกาสในการมีที่อยู่อาศัยได้มากขึ้นผ่านโครงการทรัพย์มหาชน พลัส รวมไปถึงการใช้กลยุทธ์ 3 ฟันเฟือง ได้แก่ ฟันเฟืองที่ 1 ด้วยการบริหาร NPL& NPA อย่างเข้มข้น ฟันเฟืองที่ 2 การลงทุนในระบบพร้อมการทำ e-Marketplace และฟันเฟืองที่ 3 การสร้างคนด้วย Hybird Talent ซึ่งจะช่วยทำให้โครงสร้างรายได้ของ BAM มีเสถียรภาพมากขึ้น พร้อมนำไปสู่การเติบโตขององค์กรได้อย่างยั่งยืน

ปรับโครงสร้างช่วยลูกหนี้รายย่อย

นอกจากนี้ ภายใต้การดำเนินกลยุทธ์ใหม่ การปรับโครงสร้างหนี้เป็นอีกประเด็นสำคัญที่บริษัทฯให้ความสำคัญ โดยจะไม่ยึดแนวทางเดิมที่ยึดทรัพย์เพียงอย่างเดียวแต่ต้องช่วยเหลือให้ลูกหนี้รายย่อยกลับมายืนได้อีกครั้งผ่านโครงการ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” ภายใต้แนวคิด “ทางออกของหนี้ เพื่อชีวิตที่ไปต่อได้” พร้อมให้คำปรึกษา วิเคราะห์ปัญหา และออกแบบแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมกับศักยภาพของลูกหนี้แต่ละราย

สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ได้แก่ 1.บุคคลธรรมดาที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้กับ BAM มาก่อน 2.มียอดหนี้คงเหลือไม่เกิน 3 ล้านบาท ครอบคลุมสินเชื่อทุกประเภท ทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน รวมถึง 3.ลูกหนี้ที่ยังไม่มีการพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และหลักประกันยังไม่ถูกเจ้าหนี้บังคับคดี โดย BAM ได้กำหนดแนวทางช่วยเหลือไว้ 2 รูปแบบ ได้แก่

1.กรณีปิดบัญชี ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้ในอัตราไม่น้อยกว่า 70% ของยอดเงินต้นคงเหลือ ภายใน 60 วันนับจากวันอนุมัติ โดยไม่คิดดอกเบี้ย

2.กรณีผ่อนชำระ ลูกหนี้สามารถผ่อนชำระรายเดือนดอกเบี้ย 0% 3 ปีแรก ผ่อนเบาจบไวใน 10 ปี

ทั้งนี้ทั้ง 2 รูปแบบเป็นไปตามเงื่อนไขที่ BAM กำหนด

อีกทั้งการช่วยกลุ่มเปราะบางในการเข้าถึงโอกาสในการมีที่อยู่อาศัยได้มากขึ้นผ่านโครงการทรัพย์มหาชน พลัส รวมไปถึงการใช้กลยุทธ์ 3 ฟันเฟือง ได้แก่ ฟันเฟืองที่ 1 ด้วยการบริหาร NPL& NPA อย่างเข้มข้น ฟันเฟืองที่ 2 การลงทุนในระบบพร้อมการทำ e-Marketplace และฟันเฟืองที่ 3 การสร้างคนด้วย Hybird Talent ซึ่งจะช่วยทำให้โครงสร้างรายได้ของ BAM มีเสถียรภาพมากขึ้น พร้อมนำไปสู่การเติบโตขององค์กรได้อย่างยั่งยืน

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚