ธปท.ชี้เศรษฐกิจไทย พ.ค. ทรงตัว เงินเฟ้อยังสูง ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลลดลง

ธปท.ชี้เศรษฐกิจไทย พ.ค. ทรงตัว เงินเฟ้อยังสูง ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลลดลง
ภาพประกอบข่าว

ธปท.เผยเศรษฐกิจไทย พ.ค. ยังทรงตัว เงินเฟ้อยังสูง ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 6.4 พันล้านดอลลาร์ ลดลงจากเดือนก่อน รายรับและจำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มฟื้น

นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทยเดือนพฤษภาคม 2569 ยังค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แม้จะเป็นเดือนที่สองที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง แต่สถานการณ์เริ่มมีสัญญาณคลี่คลาย จากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง

ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังอยู่ในระดับสูงที่ 2.79% ใกล้เคียงกับเดือนก่อนที่ 2.89% ปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อปรับลดลงเล็กน้อยคือเงินเฟ้อหมวดพลังงานที่ลดลงจากเดือนก่อน เป็นผลจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับลดลง แต่ราคาพลังงานในประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง จากการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 0.92% จากเดือนก่อนที่ 0.83% เป็นผลจากการส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการที่ทยอยส่งผ่านไปยังหมวดอาหารสำเร็จรูป แต่โดยรวมยังไม่เห็นการปรับขึ้นราคากระจายเป็นวงกว้าง

สำหรับเสถียรภาพทางต่างประเทศ ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน พ.ค. ยังขาดดุลที่ 6.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐลดลงจากเดือนก่อนที่ขาดดุล 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันเป็นผลจากดุลการค้าที่ปรับดีขึ้น

“ดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุลลดลง หลัก ๆ มาจากดุลการค้าที่ปรับดีขึ้นเป็นสำคัญ โดยดุลการค้าเดือนนี้ขาดดุลที่ 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับเดือนก่อนที่ขาดดุล 6.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในเดือนนี้ดุลพลังงานขาดดุลน้อยลงตามปริมาณการนำเข้าน้ำมันที่ลดลง หลังจากที่เร่งนำเข้าในเดือนก่อน” นางปราณีกล่าวและว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนพ.ค.น่าจะดีกว่านี้ หากไม่มีรอบการส่งกลับเงินกำไรและเงินปันผล

ทั้งนี้ ในระยะข้างหน้าคาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะมีแนวโน้มปรับดีขึ้นจาก 1.ปริมาณการนำเข้าน้ำมันที่ไม่เร่งเท่าช่วงที่ผ่านมา และราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลงจากสงครามที่คลี่คลาย 2.ช่วงพ้นฤดูกาลส่งกลับกำไร ทำให้ไม่ต้องนำไปหักในดุลบัญชีเดินสะพัด และ 3.ทิศทางการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 4

“โดยรวมจึงทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดทั้งปีสมดุลหรือติดลบ แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมัน และการฟื้นตัวภาคท่องเที่ยวต่อไป” นางปราณีกล่าว

ทั้งนี้ เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านอุปสงค์ พบว่าการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการซื้อและลงทุนในหมวดยานพาหนะ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงช่วงก่อนหน้า ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงปรับลดลงต่อเนื่องจากความกังวลเรื่องค่าครองชีพและผลกระทบของสงครามที่มีต่อราคาสินค้า

ในส่วนของรายรับและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับเพิ่มขึ้นในเดือนพ.ค. โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 2.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.5% จากเดือนก่อน ทั้งนี้มีกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนและมาเลเซียปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ได้รับผลดีวันหยุดยาวช่วงเทศกาล ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long Haul) ยุโรป และตะวันออกกลาง เริ่มฟื้นตัวตามจำนวนเที่ยวบินที่กลับมาให้บริการมากขึ้น หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย

อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวกลุ่มระยะใกล้ที่ไม่รวมจีนและมาเลเซียปรับลดลง เนื่องจากอุปทานการบินที่มีการยกเลิกเที่ยวบินหลายเส้นทาง และอุปสงค์ที่ชะลอลง หลังราคาพลังงานและค่าครองชีพสูงขึ้นในหลายประเทศ

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจและการเงินเดือน มิ.ย. คาดว่าเศรษฐกิจอาจชะลอตัวลงเล็กน้อย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ยังมีแรงกดดันจากการลดเที่ยวบิน แต่ยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย

ทั้งนี้ปัจจัยที่ต้องติดตามหลังจากนี้ คือ 1.ผลกระทบของค่าครองชีพและต้นทุนที่สูงขึ้นต่อครัวเรือนและธุรกิจ 2.ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าของสหรัฐ 3.ผลของมาตรการภาครัฐ และ 4.พัฒนาการของสถานการณ์เอลนีโญ

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚