คลังจ่อรีดภาษียักษ์ธุรกิจข้ามชาติ 1 หมื่นล้าน ครม.อนุมัติ มาตรการภาษีแพ็กใหญ่
คลังจ่อรีดภาษียักษ์ธุรกิจข้ามชาติ 1 หมื่นล้าน ครม.อนุมัติ 4 มาตรการภาษีแพ็กใหญ่ ขยายเวลา e-Withholding Tax และ e-Tax Invoice & e-Receipt ถึง 31 ธ.ค. 70 คาดเพิ่มสภาพคล่องเอกชน 2.7 หมื่นล้าน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (16 มิ.ย.) ได้เห็นชอบมาตรการภาษีของกระทรวงการคลัง โดยมี 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่
- การลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) จากเดิมที่เคยต้องเสียอยู่ที่ 2-5% ให้ลดลงเหลือ 1% โดยขยายเวลามีผลถึง 31 ธ.ค. 2570 ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการและผู้เสียภาษีมีสภาพคล่องเพิ่มมากขึ้น รวมกันแล้วกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท
- ผู้ประกอบการที่ใช้ระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) ให้นำค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบมาหักเป็นรายจ่ายลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า โดยขยายเวลามีผลถึง 31 ธ.ค. 2570 ซึ่งมาตรการนี้จะจูงใจให้ผู้ประกอบการลงทุนกับการติดตั้งระบบมากขึ้น เพื่อให้มีค่าใช้จ่ายลดลง
- ผู้ที่บริจาคเพื่อการกีฬาและการศึกษาผ่านทาง e-Donation ให้กับสมาคมหรือองค์กรที่ได้รับการรับรอง สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า มีผลถึงธันวาคม 2570 โดยมาตรการนี้ต่อยอดมาจากการบริจาคผ่าน e-Donation เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและตรวจสอบได้ รวมทั้งสนับสนุนการกีฬาและการศึกษา
- ผลจากการที่ประเทศเข้าเป็นสมาชิกภาคี OECD ซึ่งมีข้อตกลงว่าต้องเก็บภาษีบริษัทต่างชาติขนาดใหญ่ขั้นต่ำ 15% เพื่อเป็นการป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีข้ามชาติ ซึ่งกระทรวงการคลังขอให้ ครม.มีมติเห็นชอบให้ รมว.คลังหรือผู้แทน รมว.คลังมีอำนาจนำข้อมูลบริษัทข้ามชาติแลกเปลี่ยนกันในประเทศสมาชิก โดยจะเริ่มวันที่ 1 มิ.ย. 70 ซึ่งหลังจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลคาดว่าจะทำให้การเก็บภาษีบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่หลบเลี่ยงภาษีได้ราว 1 หมื่นล้านบาท/ปี
นายเอกนิติกล่าวว่า มาตรการเก็บภาษีบริษัทต่างชาติ 15% นั้น เป็นมาตรการที่มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีของบริษัทข้ามชาติ อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้กระทบต่อผู้ที่เสียภาษีอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่เสียภาษีต่ำกว่า 15% ทำให้ได้รับผลกระทบต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้หาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวผ่าน 2 วิธี คือ
- การให้เงินอุดหนุนชดเชยในส่วนที่ต้องจ่ายภาษีเพิ่มมากขึ้นจากที่ได้รับการสนับสนุน ซึ่งทาง BOI มีกองทุนเพื่อการสนับสนุนการลงทุน นำมาใช้จ่ายในส่วนนี้ได้
- การให้เครดิตภาษี (Tax Credit) โดยจะให้นำรายจ่ายมาลดหย่อนภาษีได้เพิ่มมากขึ้น ให้ชดเชยได้เท่ากับภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น จากการได้รับการสนับสนุน

