หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น

หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
ภาพประกอบข่าว

บล.ฟิลลิป ประเมินหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวในกรอบ 1,560-1,575 จุด รับแรงหนุน กนง.ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569-2570 และเฟดคงดอกเบี้ย ขณะที่การรื้อสูตรราคาน้ำมันเสี่ยงกดดันกำไรโรงกลั่น พร้อมเปิด 4 ธีมหุ้นเด่นรับงบไตรมาส 3 เศรษฐกิจฟื้น น้ำมันลด และโซลาร์ภาคประชาชน

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (29 ต.ค. 2569) มีโอกาสแกว่งตัวออกข้าง (Sideways) ในกรอบ 1,560-1,575 จุด โดยได้รับปัจจัยบวกจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569-2570 รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ช่วยลดแรงกดดันต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังเผชิญปัจจัยกดดันจากแนวทางปรับโครงสร้างราคาน้ำมันของภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการกลุ่มโรงกลั่น

ฝ่ายวิจัย บล.ฟิลลิป ระบุว่า การที่ กนง.มีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทย (GDP) ปี 2569 จากเดิม 2.3% เป็น 2.4% และปี 2570 จาก 1.8% เป็น 2.1% ถือเป็นสัญญาณบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย

โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากภาคการส่งออกและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง และยังมีความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานที่ทยอยส่งผ่านไปยังผู้บริโภค ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า

ทั้งนี้ การปรับเพิ่มประมาณการ GDP มีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน โดยฟิลลิปประเมินว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ BBL, KBANK, KTB และ SCB รวมถึงหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนและการก่อสร้าง ได้แก่ CK, STECON และ WHA

สำหรับปัจจัยต่างประเทศ เฟดมีมติ 10 ต่อ 2 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.75-4.00% โดยกรรมการ 2 รายมีความเห็นให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สะท้อนถึงมุมมองที่ยังแตกต่างกันเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 2 ปี ชะลอตัวลงในระยะสั้น สอดคล้องกับการคงอัตราดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง และเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยระยะสั้น

ด้านปัจจัยในประเทศ ฟิลลิปแนะนำติดตามมาตรการปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล 1 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 ลง 0.50 บาทต่อลิตร ควบคู่กับการปรับโครงสร้างการคำนวณราคาน้ำมันใหม่

โดยแนวทางดังกล่าวประกอบด้วยการยกเลิกสมมติฐานค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าการสูญเสียระหว่างขนส่งที่อ้างอิงการส่งน้ำมันไปจำหน่ายที่สิงคโปร์ รวมถึงการปรับลดปริมาณสำรองน้ำมันเหลือ 2 ใน 3 ของระดับเดิม

มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลให้ราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่น ปรับลดลงประมาณ 0.0875-0.3548 บาทต่อลิตร คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 10,800 ล้านบาทต่อปี จึงถือเป็นปัจจัยลบต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น เนื่องจากมีความเสี่ยงกระทบรายได้และความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการ

กลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัย บล.ฟิลลิป แนะนำติดตามหุ้นเด่น 4 ธีม ได้แก่

  1. หุ้นที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 3/2569 เติบโต ได้แก่ ADVANC, BDMS, BH, BTG, HANA, KCE และ TRUE
  2. หุ้นรับประโยชน์จาก กนง.ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทย ได้แก่ BBL, CK, KBANK, KTB, SCB, STECON และ WHA
  3. หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันในประเทศปรับลดลง ได้แก่ BJC, CBG, CPALL, OSP, SJWD และ WICE
  4. หุ้นเกาะกระแสโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ได้แก่ CRC, DOHOME, GLOBAL, GULF, GUNKUL, HMPRO, SCC และ SOLAR

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚