แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
หลังจากทำงานกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) มายาวนานกว่า 30 ปี “อริยา ติรณะประกิจ” ก้าวขึ้นสู่เก้าอี้กรรมการผู้จัดการ คนที่ 7 รับตำแหน่งทางการ เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา โดยล่าสุด MD คนใหม่ ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 4 ปี (2569-2572) “The RISE of Thai Bond Market” ที่มุ่งยกระดับ และขับเคลื่อนตลาดตราสารหนี้ไทยที่ปัจจุบัน (ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2569) มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 18.3 ล้านล้านบาท เฉพาะหุ้นกู้เอกชนมีมูลค่า 4.5 ล้านล้านบาท
ยึดมั่น “ดอกไม้ 5 กลีบ”
โดย “อริยา” กล่าวว่า ThaiBMA มีพันธกิจหลักด้วยกัน 5 ด้าน ตามโลโก้ที่เป็น “ดอกไม้ 5 กลีบ” พันธกิจแรกคือ การเป็น SRO (Self-Regulatory Organization) หมายถึงการกำกับดูแลสมาชิก ทั้งธนาคารพาณิชย์ และบริษัทหลักทรัพย์ ไม่ให้มีการซื้อขายที่ไม่เหมาะสม โดย ThaiBMA สามารถลงโทษ แทรกแซง หรือเตือนได้ เพื่อให้การซื้อขายเป็นไปตามกรอบที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตามมาตรฐานที่กำหนด
พันธกิจที่สอง คือ การเป็น Bond Information Center คือเป็นศูนย์ข้อมูลของตลาดตราสารหนี้ทุกอย่าง ทั้งตลาดแรก และตลาดรอง ตลอดจนข้อมูลพันธบัตรทุกรุ่น
พันธกิจที่สาม คือ Association หรือการเป็นสมาคม ซึ่งรับฟังความคิดเห็นจากผู้ร่วมตลาดตราสารหนี้ทั้งหมด เพื่อจะส่งเสียงแทน และผลักดันในเชิงนโยบายต่าง ๆ ส่งเสริมธุรกิจผู้ร่วมตลาด
พันธกิจที่สี่ คือ Bond Pricing Agency การจัดทำและเผยแพร่ราคาอ้างอิงตราสารหนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่วางไว้และเป็นที่ยอมรับของผู้ร่วมตลาด
และพันธกิจที่ห้า คือ Market Development and Education การพัฒนาตลาดตราสารหนี้และให้ความรู้ด้านตราสารหนี้แก่ผู้มีส่วนร่วมในตลาด
“อริยา” กล่าวว่า สิ่งที่มองไว้ว่าจะทำในช่วง 4 ปีข้างหน้านี้ จะยึดตามแกนหลัก 5 ด้าน หรือดอกไม้ 5 กลีบที่ว่ามาข้างต้น จะดำเนินการ “เชิงรุก” มากยิ่งขึ้น โดยกำหนดยุทธศาสตร์ “RISE” ขึ้นมา ภายใต้หลักการ “Trust, Innovation, and Sustainability” สู่เป้าหมายสูงสุดในการสร้างตลาดตราสารหนี้ที่ยั่งยืน
“ความยั่งยืน ไม่ได้หมายถึง ESG Bond เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงกลไกการกำกับดูแลนักลงทุนให้เกิดความเชื่อถือมี Trust มีนวัตกรรม และมีความยั่งยืนจริง ๆ ฉะนั้นสิ่งที่เราจะทำ ก็จะปรับจากการกำกับดูแล เป็น Market Driver (ผู้ขับเคลื่อนตลาด) ในมิติต่าง ๆ”
ดันแก้ พ.ร.บ.ล้มละลาย
โดยยุทธศาสตร์ “RISE” ประกอบด้วย R คือ Roles &Regulation (ยกระดับบทบาทและการกำกับดูแลเชิงรุก) – ยกระดับเกณฑ์ SRO เชิงรุกเพื่อปกป้องนักลงทุนตั้งแต่ตลาดแรก ควบคู่กับการเป็นตัวกลางขับเคลื่อนนโยบายและร่วมเสนอแนะปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการช่วยปกป้องคุ้มครองนักลงทุนได้อย่างแท้จริง รวมถึงขยายบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาระดับนานาชาติ เพื่อส่งออกโมเดลของ ThaiBMA ไปสู่ตลาดเกิดใหม่
“เราอยากเสนอผลักดันแก้กฎหมายพระราชบัญญัติล้มละลาย เพราะที่ผ่านมา ยังเป็นกฎเกณฑ์ที่ยังมีช่องโหว่ในเรื่องการคุ้มครองนักลงทุน เพราะปัจจุบันผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ยังไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการที่จะเป็นตัวแทนที่จะไปยื่นคำร้องขอฟื้นฟูแทนนักลงทุน โดยด้านหนึ่งทาง ก.ล.ต. จะไปแก้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ แต่ในมุม พ.ร.บ.ล้มละลายยังมีช่องโหว่อีกบางอย่าง เช่น การที่ผู้ออกที่มีเจตนาไม่สุจริต อาจจะใช้เป็นช่องทางในการประวิงเวลาของการชำระหนี้เพราะเมื่อไหร่ที่เขายื่นคำร้องขอล้มละลาย จะเกิดภาวะ Automatic Stay คือพักการชำระหนี้ได้เลย ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย ซึ่งมีหลายบริษัทยื่นเข้ายื่นออก อาศัยประโยชน์จากการประวิงเวลา ยังมีกรณีใช้งบการเงินที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบ ก็มีสิทธิเป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูได้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ควรจะเป็นโมฆะแล้ว นี่คือช่องโหว่ที่เราเห็น”
อัพเกรดโครงสร้างพื้นฐาน
ขณะที่ I คือ Infrastructure Modernization (การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานรองรับยุคดิจิทัล) – สร้างโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลกลางของตลาด (Information Backbone) ซึ่งรวมถึงการพัฒนาระบบขึ้นทะเบียนตราสารหนี้รูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงกับสำนักงาน ก.ล.ต. อย่างไร้รอยต่อ การเปิดตัวระบบ BHR Portal เพื่อเพิ่มศักยภาพการกำกับดูแลให้แก่ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และการยกระดับแอปพลิเคชั่น MeBond ให้ตอบสนองนักลงทุนรายย่อย
“ตอนนี้ตลาดพัฒนาไปเยอะมาก เป็นเรื่องของโลกดิจิทัล ยุคของ AIเข้ามา โครงสร้างพื้นฐานก็ต้องพัฒนา ซึ่งตอนนี้กำลังร่วมกับ ก.ล.ต. ในการทำระบบขึ้นทะเบียนตราสารหนี้แบบใหม่ แบบไร้รอยต่อที่จาก ก.ล.ต.ก็ส่งมาให้ ThaiBMA ได้เลย แล้วฝั่งผู้ออกตราสารหนี้ก็สามารถรายงานเข้ามาที่นี่ได้”
ส่วน S คือ Sustainability &Education (การส่งเสริมความยั่งยืนและองค์ความรู้)-จัดตั้งศูนย์กลางข้อมูล ESG Bond Data Hub ตามมาตรฐานสากล ICMA ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ตราสารหนี้ (Bond Literacy)
“ที่ผ่านมา เรามี Green Bond, Social Bond, Sustainability Bond และ Sustainability Linked Bond รวม 4 ประเภทแล้ว ตอนนี้ก็พยายามผลักดัน Transition Bond และ Thailand Amber Bond ออกมา นี่คือที่เราพยายามจะโปรโมต และในอนาคตก็อาจจะมีตัวใหม่ ๆ ออกมาได้อีก”
จ่อเปิดตัว “Bond AI” ไตรมาส 3
“อริยา” กล่าวว่า สุดท้าย E คือExpanded Products & Valuation(การขยายผลิตภัณฑ์บริการและการประเมินมูลค่าด้วย AI)-ยกระดับการให้บริการข้อมูลและการประเมินมูลค่าตราสารหนี้ให้ครอบคลุมนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ เช่น Tokenized Products และเตรียมเปิดตัว “Bond AI” เพื่อเป็นผู้ช่วยนักลงทุนรายย่อย พร้อมทั้งนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์ตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ
“เราต้องยอมรับการทำ Valuation ของทรัพย์สินประเภทใหม่ ๆ ในอนาคตก็อาจจะเป็นไปได้ว่า บอนด์จะออกในรูปของดิจิทัล ในรูป Tokenized ได้ ซึ่งเราคิดว่า กฎเกณฑ์ของเรา ต้องครอบคลุมสินทรัพย์ประเภทใหม่ ๆ เหล่านี้ด้วย รวมถึงการใช้ AI เข้ามาในการให้บริการผู้ร่วมตลาดให้ดีขึ้น ทั้งนี้ ที่กำลังดำเนินการอยู่ และคิดว่าจะเปิดตัวได้ในไตรมาส 3 ปีนี้ก็คือ Bond AI ที่จะเป็นผู้ช่วยนักลงทุนในการตอบสิ่งที่นักลงทุนต้องการรู้” กรรมการผู้จัดการ ThaiBMA กล่าว

