เศรษฐกิจ มี.ค. 69 ท่องเที่ยวเริ่มชะลอ จับตาสงครามกระทบห่วงโซ่การผลิตของไทย

เศรษฐกิจ มี.ค. 69 ท่องเที่ยวเริ่มชะลอ จับตาสงครามกระทบห่วงโซ่การผลิตของไทย
ภาพประกอบข่าว

สศค. เผยเศรษฐกิจไทยเดือนมีนาคม ภาพรวมดูดีขึ้น แรงหนุนจากการส่งออก-บริโภค-ลงทุนภาคเอกชน ขณะที่ท่องเที่ยวเริ่มชะลอ ย้ำยังต้องจับตาสถานการ์ตะวันออกกลาง หวั่นกระทบห่วงโซ่การผลิตของไทย

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนมีนาคม 2569 ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนมีนาคม 2569 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 สอดคล้องกับการปรับตัวดีขึ้นของการบริโภคภาคเอกชนในหมวดสินค้าคงทน อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า อีกทั้งยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตสินค้าของไทย

ในภาพรวมภาวะเศรษฐกิจการคลังเดือนมีนาคม พบว่า ในภาคการผลิต นักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ ในขณะที่การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยเฉพาะการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชน ส่วนผลผลิตการเกษตรเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ยกเว้น ข้าวและมันสำปะหลัง โดยสศค. ได้ให้รายละเอียด ดังนี้

ด้านการผลิต

ด้านการผลิตมีสัญญาณปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า ในเดือนมีนาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม จำนวน 2.78 ล้านคน ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ -5.2 แต่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 2.0 ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย จำนวน 22.6 ล้านคน ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ -1.6 แต่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 0.4

ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนมีนาคม 2569 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 1.2 และขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 0.8 ตามการเพิ่มขึ้นในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ยางพารา ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน และหมวดไม้ผล อย่างไรก็ดี ผลผลิตข้าว และมันสำปะหลัง ลดลงจากเดือนก่อน

สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนมีนาคม 2569 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 88.6 จากระดับ 90.0 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยกดดันจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงานและราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น

การบริโภคภาคเอกชน

การบริโภคภาคเอกชนมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน โดยปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนมีนาคม 2569 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 17.5 และ 2.0 และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนร้อยละ 16.6 และ 6.8 ตามลำดับ

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนมีนาคม 2569 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 51.8 จากระดับ 53.7 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยกดดันจากความกังวลของผู้บริโภคต่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค

การลงทุนภาคเอกชน

ด้านการลงทุนภาคเอกชนมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน ในเดือนมีนาคม 2569 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 0.6 และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 23.2

ขณะที่ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนมีนาคม 2569 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 0.5 แต่ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -4.2 ทั้งนี้ ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 2.6

เสถียรภาพเศรษฐกิจ

เสถียรภาพเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ -0.08 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ 0.57 ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ร้อยละ 66.1 ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561

สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 280.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ มีปัจจัยที่ต้องติดตามสถานการณ์ ได้แก่ สถานการณ์ทิศทางราคาน้ำมัน และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลางที่จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตสินค้าของไทย

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚