เอกนิติ ชง ครม. ประเดิมกู้ 2 แสนล้าน ประชุมคกก.กลั่นกรอง พรุ่งนี้ (12 พ.ค.)

เอกนิติ ชง ครม. ประเดิมกู้ 2 แสนล้าน ประชุมคกก.กลั่นกรอง พรุ่งนี้ (12 พ.ค.)
ภาพประกอบข่าว

เอกนิติ ชง ครม. ประเดิมกู้ก้อนแรก 2 แสนล้าน ปลัดคลังเร่งประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองนัดแรก พรุ่งนี้ (12 พ.ค.) เตรียมแจกคนละครึ่งพลัส-บัตรคนจน คนละ 4,000 บาท เริ่มใช้ 1 มิ.ย.

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเสนอการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ โดยจะกู้เงินในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จำนวน 2 แสนล้านบาท จากการออกพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ในการประชุมวันที่ 12 พ.ค. หลังจากเมื่อวันที่ 8 พ.ค. พ.ร.ก.กู้เงินประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้แล้ว

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (12 พ.ค.) จะมีการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้นัดแรก เพื่อวางกฎเกณฑ์และระเบียบต่างๆ ก่อนจะนำเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 14 พ.ค. ต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ (คนน.) เห็นชอบการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะนี้ ว่าการกู้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ควรแบ่งเป็น 2 ครั้ง ครั้งละ 2 แสนล้านบาท โดยการกู้เงิน 2 แสนล้านบาทแรกที่จะให้ ครม.เห็นชอบนี้ จะใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส และคาดว่ากระทรวงการคลังจะเสนอให้ ครม.เห็นชอบวันที่ 19 พ.ค.

ซึ่งรวมถึงโครงการคนละครึ่งพลัส จำนวน 30 ล้านสิทธิ แจกเงินคนละ 4,000 บาท เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน เพิ่มวงเงินจาก 300 บาท อีก 700 บาท เป็น 1,000 บาท โดยจะเริ่มให้ลงทะเบียนในวันที่ 25 พ.ค. และเริ่มใช้ในวันที่ 1 มิ.ย.

ในส่วนของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน ใน 2 เดือนแรกจะให้สิทธิกับผู้ได้รับสิทธิเดิม 13.2 ล้านคนก่อน โดยจะเพิ่มวงเงินเพื่อซื้ออุปโภคบริโภคจาก 300 บาทต่อเดือน เป็น 1,000 บาทต่อเดือน หลังจากนั้นเมื่อประมวลผลการลงทะเบียนรอบใหม่ ซึ่งอาจมีคนหลุดจากเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามเกณฑ์เดิม คือรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี ก็จะให้ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งแทน รวมถึงคนที่ตกหล่นสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบก่อน หากเป็นไปตามเงื่อนไขก็จะได้รับสิทธิจากการลงทะเบียนใหม่ครั้งนี้

สำหรับการกู้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงินอีก 2 แสนล้านบาทที่เหลือ คาดว่าจะเสนอแผนการบริหารหนี้สาธารณะให้ ครม. ใช้ในปีงบประมาณ 2570 ซึ่งเงินกู้ส่วนใหญ่ก้อนนี้ จะใช้ในโครงการการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ซึ่งโครงการต่างๆ จะต้องได้รับการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการที่ใช้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงิน ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานก่อน

ทั้งนี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท กำหนดไว้ว่าต้องเป็นโครงการที่ได้รับการอนุมัติภายในวันที่ 30 ก.ย. 69 และทำสัญญาผูกพันเบิกจ่าย ภายในวันที่ 30 ก.ย. 70

สถิติการรีวิวล่าสุด

คุณก็รีวิวบทความเราได้ แค่แชร์ แนะนำ หรือบอกต่อให้กับเพื่อนคุณ 💚