ธปท. ยกระดับคุม “บัญชีเยาวชน” สกัดถูกหลอกใช้เป็นบัญชีม้า ตีกรอบยอดโอน 3 ช่วงอายุ
ธปท. ยกระดับคุมวงเงินโอนบัญชีเยาวชน ป้องกันถูกหลอกใช้เป็นบัญชีม้า ทั้งบัญชี “e-Money” และ บัญชีเงินฝากธนาคารช่องทางดิจิทัล ตีกรอบยอดโอน 3 ช่วงอายุ
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย พบว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพหันมาใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ของเยาวชนเป็นบัญชีม้าในการกระทำความผิดมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตโดยไม่ได้เจตนา จากการเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตน
โดยการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดอาญาตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ธปท. จึงร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ยกระดับมาตรการกำหนดวงเงินการโอนและการชำระเงินต่อวันผ่านช่องทางดิจิทัลให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า (Customer Profiling) โดยกำหนดมาตรฐานวงเงินเริ่มต้นสำหรับลูกค้ากลุ่มเยาวชน เพื่อลดความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะนำบัญชีของเยาวชนไปใช้ก่ออาชญากรรมทางการเงิน และได้พิจารณาให้สอดคล้องกับข้อมูลการใช้งานจริงของลูกค้าในกลุ่มเยาวชน ดังนี้
- ช่วงอายุ 10-12 ปี บัญชี e-Money ไม่เกิน 3,000 บาทต่อวัน
- ช่วงอายุ 12-15 ปี บัญชี e-Money และ บัญชีเงินฝากธนาคาร (ช่องทางดิจิทัล) ไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน
- ช่วงอายุ 15-18 ปี บัญชี e-Money และ บัญชีเงินฝากธนาคาร (ช่องทางดิจิทัล) ไม่เกิน 10,000 บาทต่อวัน

ทั้งนี้ เพื่อลดผลกระทบต่อผู้สุจริต ธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ต้องแจ้งลูกค้าล่วงหน้าก่อนการปรับวงเงิน และจัดให้มีช่องทางติดต่อที่สะดวก เช่น Mobile Application คอลเซนเตอร์ และสาขา สำหรับลูกค้าที่ประสงค์จะขอปรับเพิ่มวงเงิน โดยธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money จะทยอยปรับวงเงินตามที่กำหนดไว้ข้างต้นให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนและตุลาคม 2569 ตามลำดับ
“ธปท. หวังว่าการยกระดับมาตรการในครั้งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่เยาวชนจะตกเป็นเหยื่อหรือถูกหลอกให้นำบัญชีไปใช้เป็นบัญชีม้าได้ และขอให้ผู้ปกครองสร้างความเข้าใจแก่บุตรหลานว่า การเปิดบัญชีให้ผู้อื่นหรือให้ผู้อื่นมาใช้บัญชี มีความเสี่ยงที่บัญชีจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดซึ่งมีผลทางกฎหมาย ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามและประเมินสถานการณ์ รวมถึงพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อเหตุอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับมาตรการให้เหมาะสมและทันต่อสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง”
ทั้งนี้ การเริ่มดำเนินการสามารถเริ่มได้ทันทีตามความพร้อมของธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money สำหรับบัญชีเงินฝากจะดำเนินการให้เสร็จภายในเดือน ก.ย.2569 ส่วนบัญชี e-Money ภายในเดือน ต.ค.2569
นางสาวชญาวดี กล่าวว่า ที่ผ่านมา มูลค่าความเสียหายจากภัยทุจริตดิจิทัลมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง จากที่ ธปท. ได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ขับเคลื่อนมาตรการดูแลอย่างจริงจัง โดยข้อมูลตั้งแต่ต้นปี 2568 เป็นต้นมา “ไม่พบ” เคสแอปพลิเคชั่นดูดเงินจากโมบายแบงกิ้งแล้ว
ขณะเดียวกันมูลค่าความเสียหายจากการหลอกให้โอนเงินก็ปรับลดลง จากจุดสูงสุดที่ประมาณ 8,590 ล้านบาท ลงมาเหลือ 1,810 ล้านบาท ในไตรมาสล่าสุด
“อันนี้สำเร็จได้ มาจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งการยกระดับมาตรการจัดการบัญชีม้า ทั้งมาตรการรายบุคคล นิติบุคคล และมาตรการอื่น ๆ ทั้งการเร่งกำกับสถาบันการเงินให้ปฏิบัติตามเกณฑ์ ซึ่งสถาบันการเงินเองก็มีการแจ้งเตือนเหยื่อที่โอนไปบัญชีม้าอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะโอนซ้ำ แต่อย่างไรก็ดี มิจฉาชีพเริ่มปรับตัว เมื่อบัญชีผู้ใหญ่เริ่มใช้ยากขึ้น ก็หันมาใช้บัญชีเยาวชน เอามาเป็นบัญชีม้ามากขึ้น”

